ตำแหน่ง Junior กำลังหายไปในองค์กรยุค AI

ตำแหน่ง Junior กำลังหายไป: Gap ในองค์กรยุค AI และทางรอดของเด็กจบใหม่

เมื่อคืนผมนั่งไถข่าวสาย Tech เพลินๆ แล้วก็เจอพาดหัวซ้ำๆ กันเกือบทุกสำนัก บริษัทเทคใหญ่ในอเมริกาประกาศ Restructure ลดคนจากหลักพันเหลือหลักร้อย บางที่ตัดทีมหนึ่งทั้งทีมเหลือไม่กี่คน ภาพตรงหน้าทำให้คำที่ค้างอยู่ในหัวผมมาพักใหญ่มันชัดขึ้นมาทันที ปรากฏการณ์ที่ผมเรียกว่า “ตำแหน่ง Junior หายไป”

อ่านไปอ่านมาผมเริ่มเห็นแพตเทิร์นบางอย่าง ที่ถูกตัดออกก่อนไม่ใช่คนเก่าแก่ระดับหัวหน้า แต่เป็นชั้นล่างสุดของพีระมิด คนที่เพิ่งเข้าตลาดแรงงาน

นี่คือสิ่งที่ผมอยากเล่าให้ฟังในวันนี้ครับ “ตำแหน่ง Junior หายไป” ไม่ได้เกิดเพราะเด็กจบใหม่เก่งไม่พอ แต่เพราะโครงสร้างการทำงานกำลังเปลี่ยนรูปไปเงียบๆ และบันไดขั้นแรกที่เคยให้คนปีนขึ้นมา มันค่อยๆ ถูกถอดออก

สรุปสั้นๆ: “ตำแหน่ง Junior หายไป” คือภาวะที่องค์กรเปิดรับงานระดับเริ่มต้น (Junior, Fresh Graduate, Admin, Assistant) น้อยลงเรื่อยๆ เพราะ Senior หนึ่งคนที่ใช้ AI เป็น สามารถทำงานได้เทียบเท่าทีม Junior ราว 5 คนเมื่อก่อน บริษัทเลยเลือกจ้างคนมีประสบการณ์ที่ใช้ AI คล่องแทนการรับเด็กใหม่มาฝึก ผลคือ “สนามฝึกซ้อม” ของคนเพิ่งจบหดเล็กลง และทางรอดคือต้องสร้างผลงานจริงด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรก ไม่รอให้บริษัทมาฝึกให้

ทำไม “ตำแหน่ง Junior หายไป” ถึงเกิดขึ้นในยุค AI

จากที่ผมคุมงาน Performance Marketing มาหลายปี ลองคิดเลขกับผมแบบหยาบๆ นะครับ สมมุติเมื่อ 2 ปีก่อน งานคอนเทนต์กับงานวิเคราะห์ข้อมูลของทีมการตลาดหนึ่งทีม ต้องใช้คน 5 คนช่วยกันทำ ทั้งร่างแคปชัน ทำรีพอร์ต จัดตารางลงโพสต์ คีย์ข้อมูลเข้าระบบ

วันนี้ Head of Marketing คนเดียวที่ใช้ AI คล่องจริง นั่งทำงานชุดเดียวกันนั้นเสร็จในเวลาที่สั้นกว่ามาก เพราะงาน routine ที่เคยกระจายให้ Junior ทำ มันถูกย้ายไปอยู่ในมือคนที่สั่ง AI เป็น

คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามตัวเองตอนนี้คือ ในเมื่อ Senior หนึ่งคนทำงานได้เท่าทีมหลายคนเมื่อก่อน ผมยังจำเป็นต้องจ้าง Junior เพิ่มอีกหลายคนไหม นี่ไม่ใช่เรื่องความใจร้ายครับ มันคือสมการต้นทุนที่เปลี่ยนไป และมันกำลังกดดันให้ตำแหน่งระดับเริ่มต้นค่อยๆ หายจากใบประกาศรับสมัครงานทีละนิด

เรื่องนี้ไม่ใช่ความรู้สึกของผมคนเดียว รายงาน Future of Jobs 2025 ของ World Economic Forum ประเมินว่าภายในปี 2030 จะมีตำแหน่งงานหายไปราว 92 ล้านตำแหน่ง และเกิดใหม่ราว 170 ล้านตำแหน่ง ฟังดูเป็นบวกใช่ไหมครับ แต่จุดที่ต้องอ่านให้ลึกคือ งานที่เกิดใหม่ส่วนใหญ่ต้องการคนที่ทำงานร่วมกับ AI ได้ ไม่ใช่งานคีย์ข้อมูลแบบเดิมที่ Junior เคยใช้เป็นด่านแรกในการเข้าวงการ

โครงสร้างองค์กร 3 ชั้น กับบันไดที่กำลังถูกถอด

ถ้ามองภาพองค์กรแบบเดิม มันคือพีระมิด 3 ชั้นที่เราคุ้นกันดี

แผนภาพพีระมิดองค์กรเปรียบเทียบ เมื่อก่อนมี Junior Senior Leadership แต่ยุค AI ชั้น Junior หายไป บันไดขั้นแรกหาย
โครงสร้างองค์กรเดิม 3 ชั้นกำลังเหลือ 2 ชั้นในยุค AI เมื่อชั้น Junior ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกถูกถอดออก
  • ชั้นล่าง คือ Fresh Graduate, Junior, Admin, Assistant คนที่เพิ่งจบ เพิ่งเข้าตลาดแรงงาน
  • ชั้นกลาง คือ Senior และ Mid-level คนที่ผ่านสนามมาแล้วหลายปี
  • ชั้นบน คือ Specialist, Expert, Director, C-Level คนที่มีทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและประสบการณ์

หัวใจของพีระมิดนี้คือ “บันได” ชั้นล่างเคยทำหน้าที่เป็นสนามฝึกซ้อม เด็กจบใหม่เข้ามาทำงานเล็กๆ ทำผิดบ้าง โดนสอนบ้าง สะสมประสบการณ์ แล้วค่อยๆ ปีนขึ้นไปเป็น Senior

ที่ผมห่วงคือ พอ AI เข้ามารับงาน routine ของชั้นล่างไปเกือบหมด สนามฝึกซ้อมตรงนั้นก็เล็กลง คนชั้นบนยิ่งได้เปรียบ เพราะสมการมันกลายเป็น Specialized Skill บวก Experience บวก AI เท่ากับผลผลิตที่สูงมหาศาล แต่คนชั้นล่างที่ยังไม่มีของสองอย่างแรก กลับหาที่ยืนยากขึ้น

คำถามที่ทำให้ผมกังวลจริงๆ คือ ถ้าตำแหน่ง Junior หายไป แล้วสนามฝึกซ้อมหายตามไปด้วย Senior รุ่นใหม่ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมาจากไหน องค์กรกำลังกินทุนสำรองของตัวเองอยู่หรือเปล่า อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้งฝั่งบริษัทและฝั่งคนทำงานต้องช่วยกันคิด

สัญญาณ 3 อย่างที่ผมเห็นกับตาเอง

ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ลอยเป็นทฤษฎี เลยขอเล่าจากสามจุดที่ผมเห็นจริงในรอบปีที่ผ่านมา

  1. เพื่อนผมที่ทำงานสาย Tech ฝั่ง Silicon Valley เล่าให้ฟังว่าบริษัทเขา Layoff ทีม Junior ออกไปเกือบครึ่ง แล้วไม่ได้รับคนใหม่มาแทน แต่เอางบไปจ้าง Senior ที่ใช้ AI เป็น
  2. Job Posting ในไทยที่ผมไล่ดู ตำแหน่ง Junior เปิดน้อยลงชัดเจน แต่ประกาศที่ระบุว่าต้องการคน “AI-fluent” หรือ “ใช้ AI tools คล่อง” กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  3. ทีมของผมเองก็เริ่ม Restructure วิธีคิดในการทำงาน ใครที่หยิบ AI มาอยู่ใน Workflow แบบเต็มลูป Workload ที่รับได้ก็มากกว่าคนที่ยังทำงานแบบเดิมหลายเท่า

สามอย่างนี้มันชี้ไปทางเดียวกันหมดครับ ตลาดไม่ได้ต้องการ “คนที่พร้อมจะถูกสอน” เหมือนเมื่อก่อน แต่ต้องการ “คนที่พร้อมจะส่งงาน” ตั้งแต่วันแรก ผมเคยอัดคลิป Quick Take เรื่องนี้ไว้สั้นๆ ลองดูประกอบได้

ถ้าเพิ่งจบใหม่ ทางรอดคือเลิกรอ “บันไดขั้นแรก”

สารภาพตรงๆ ว่าผมห่วงน้องๆ ที่เพิ่งจบใหม่มากครับ ไม่ใช่เพราะพวกเขาเก่งไม่พอ แต่เพราะกติกาเปลี่ยนกลางเกม คนรุ่นผมเริ่มจากบันไดขั้นแรกได้ แต่บันไดขั้นนั้นกำลังหายไปจริงๆ สิ่งที่ผมแนะนำเสมอเวลามีน้องมาถาม มีอยู่ไม่กี่ข้อแต่ทำได้จริง

ไดอะแกรมเปรียบเทียบ Junior ถูกแทน: Senior 1 คน + AI ทำงานเทียบเท่าทีม Junior หลายคน (เลขเชิงเปรียบเทียบ) พร้อม 3 ทางรอดเด็กจบใหม่
ภาพเปรียบเทียบให้เห็นว่าทำไม Junior ถูกแทน (เลขเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดจริง) และ 3 ทางรอด: ใช้ AI เป็น, สร้าง Portfolio งานจริง, ทำ Side Project

ข้อแรก ใช้ AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีทำงานตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แค่ถามคำตอบเป็นครั้งคราว แต่ให้มันอยู่ในลูปการทำงานจริง ผมเขียนแนวทางใช้ Claude เป็นเพื่อนร่วมงานตั้งแต่วันแรก ไว้ละเอียดแล้ว เป็นจุดเริ่มที่ดีมากสำหรับคนที่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง

ข้อสอง สร้าง Portfolio จริงด้วยตัวเอง อย่ารอให้บริษัทมาฝึกให้แล้วค่อยมีผลงาน ทำ Side Project ที่จับต้องได้ ลองยิงแอดด้วยงบตัวเองสัก 500 บาท ลองทำเพจ ลองทำรีพอร์ตวิเคราะห์แบรนด์ที่ชอบ ถ้าใครสนใจสายผม ผมแนะนำให้อ่านว่าอาชีพ Performance Marketing ต้องทำอะไรบ้าง ให้เห็นภาพงานจริงก่อน แล้วค่อยลงมือทำชิ้นงานเลียนแบบของจริง

ข้อสาม เลือกลงทุนเรื่องที่เรียนให้ตรงจุด ยุคนี้คอร์สเยอะมากจนเลือกไม่ถูก ถ้ายังลังเลว่าอยากทำงานสายการตลาดควรเรียนอะไร ผมแนะนำให้โฟกัสทักษะที่ทำให้ส่งงานได้เร็วและคุณภาพดีขึ้น มากกว่าไล่เก็บใบเซอร์ให้ครบทุกใบ

ข้อสุดท้าย วางเส้นทางการเติบโตของตัวเองให้ชัด อย่าปล่อยให้กระแสพัดไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าคนที่มีเป้าหมายชัดจะปรับตัวได้เร็วกว่าเสมอ ใครอยากเห็นวิธีตั้งเป้าแบบการเติบโตในสายงานอย่างมั่นใจ ลองอ่านต่อได้ ผมว่ามันช่วยให้ภาพชัดขึ้นเยอะ

ผมเชื่อว่ายุคนี้ใครปรับตัวก่อน เริ่มก่อน ได้เปรียบมหาศาล แต่ถ้ารอให้ทุกอย่าง settle ค่อยขยับ โอกาสมันจะค่อยๆ ปิดตัวลงเงียบๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตำแหน่ง Junior หายไป

ตำแหน่ง Junior หายไปจริงไหม หรือแค่ลดชั่วคราว

ส่วนตัวผมมองว่าไม่ได้หายหมดทั้งโลกครับ แต่สัดส่วนมันลดลงจริง และที่สำคัญคือนิยามของคำว่า Junior เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก่อน Junior คือคนที่รอถูกสอน แต่ตอนนี้ตำแหน่งเริ่มต้นที่เปิดอยู่ มักคาดหวังให้คุณใช้ AI ทำงานเป็นตั้งแต่วันแรก งานที่เป็น routine ล้วนๆ แบบเดิมต่างหากที่กำลังหายไปเร็ว

เด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ควรเริ่มจากตรงไหน

เริ่มจากการสร้างหลักฐานว่าคุณทำงานได้ ไม่ใช่รอใบปริญญาพูดแทน ทำชิ้นงานจริงสัก 3 ถึง 5 ชิ้นที่จับต้องได้ ใช้ AI ช่วยให้ทำเสร็จเร็วและดี แล้วเอาผลงานนั้นไปคุยตอนสัมภาษณ์ ผมเห็นน้องหลายคนที่ไม่มีประสบการณ์ทางการแต่มี Portfolio แน่นๆ ได้งานก่อนคนที่จบเกรดสวยแต่มือเปล่าเสมอ

ถ้าใช้ AI แทน Junior หมด แล้ว Senior รุ่นใหม่จะมาจากไหน

นี่คือคำถามที่ผมว่าฝั่งองค์กรต้องตอบให้ได้ครับ เพราะถ้าตัดสนามฝึกซ้อมทิ้งหมด อีกไม่กี่ปีจะขาดคนระดับกลางอย่างหนัก ผมเชื่อว่าบริษัทที่ฉลาดจะไม่ตัด Junior ทิ้งทั้งหมด แต่จะเปลี่ยน Junior ให้เป็นคนที่คุม AI ตั้งแต่ต้น ส่วนฝั่งคนทำงาน ทางรอดคือทำให้ตัวเองข้ามจากชั้นล่างขึ้นไปชั้นกลางให้เร็วที่สุดด้วยผลงานจริง ไม่ใช่ด้วยจำนวนปีที่นั่งอยู่เฉยๆ


ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้มาขู่ให้กลัวนะครับ แต่อยากให้เพื่อนๆ โดยเฉพาะน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มต้น เห็นภาพตามความจริงแล้วขยับก่อนคนอื่น บันไดขั้นแรกอาจจะหายไป แต่มันไม่ได้แปลว่าเราขึ้นไม่ได้ มันแค่แปลว่าเราต้องสร้างบันไดของตัวเองด้วยผลงานจริง ใช้เครื่องมือใหม่ให้เป็น แล้วเริ่มตั้งแต่วันนี้ ใครที่กำลังอยู่ในช่วงนี้ ผมเข้าใจว่ามันกดดัน แต่เชื่อผมว่าคนที่ลงมือก่อนจะมองย้อนกลับมาขอบคุณตัวเองแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนครับ 💪


ข้อมูลอ้างอิง

World Economic Forum — Future of Jobs Report 2025