พนักงานยืนมองนอกหน้าต่างออฟฟิศพร้อมแก้วกาแฟ กำลังชั่งใจเรื่องเปลี่ยนงาน

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนงาน? คำถาม 3 ข้อที่ช่วยให้ตอบตัวเองได้ชัด

ช่วงหนึ่งของชีวิตการทำงาน ทุกคนจะเจอคำถามเดียวกัน ควรอยู่ต่อ หรือถึงเวลาเปลี่ยนงานแล้ว

บางคนเจอตอนทำงานได้สองปี บางคนเจอตอนปีที่แปด และหลายคนเจอมันซ้ำทุกครั้งที่เปิดสลิปเงินเดือน 555

ผมเองก็ผ่านจุดนั้นมาแล้วหลายรอบ ทั้งรอบที่ตัดสินใจย้าย และรอบที่ตัดสินใจอยู่ต่อ เลยกลั่นออกมาเป็นคำถาม 3 ข้อที่ผมใช้เช็กตัวเองทุกครั้ง ถ้าตอบครบทั้งสามข้อ คุณจะรู้เลยว่าถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง

สรุปสั้นๆ: ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงาน ให้ตอบคำถาม 3 ข้อ (1) เงินที่ได้เหมาะสมกับงานที่ทำไหม (2) งานตรงกับเป้าหมายของเราหรือเปล่า (3) สังคมที่ทำงานดีไหม ถ้าตอบ “ใช่” อย่างน้อย 2 ข้อ งานนี้ยังไปต่อได้ แต่ถ้าตอบ “ไม่” มากกว่า 1 ข้อ ถึงเวลาคิดเรื่องเปลี่ยนงานอย่างจริงจัง

คลิปต้นฉบับ: เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนงาน ตอบ 3 ข้อนี้ดูก่อน (กดเพื่อเล่น)

ไดอะแกรมคำถาม 3 ข้อก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงาน เงินเหมาะสมกับงานไหม งานตรงกับเป้าหมายไหม สังคมที่ทำงานดีไหม พร้อมเกณฑ์นับคะแนน
สรุปคำถาม 3 ข้อ และเกณฑ์นับคะแนนไว้ในภาพเดียว เซฟเก็บไว้เช็กตัวเองได้เลยครับ

ข้อที่ 1 เงินที่ได้ เหมาะสมกับงานที่ทำไหม

ข้อนี้อย่าเพิ่งรีบตอบจากตัวเลขเงินเดือนอย่างเดียว ผมให้เช็กลึกลงไป 3 มุมก่อน

  1. Work-life balance เป็นยังไง เงินเท่านี้ แลกกับเวลาและสุขภาพที่เสียไป มันยังคุ้มอยู่ไหม งานที่เงินดูโอเคแต่กินเวลาชีวิตทั้งหมด ตัวเลขจริงต่อชั่วโมงอาจน้อยกว่าที่คิด
  2. ค่าจ้างตรงกับท้องตลาดหรือเปล่า วิธีเช็กง่ายที่สุดคือเปิดประกาศรับสมัครตำแหน่งเดียวกัน ระดับประสบการณ์ใกล้เคียงกัน แล้วดูว่าตลาดเขาให้กันเท่าไหร่ ถ้าเราต่ำกว่าตลาดชัดเจน นั่นคือข้อมูล ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
  3. งานนี้ใช้ความสามารถจริงของเรากี่เปอร์เซ็นต์ ถ้างานใช้ของที่เรามีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าเรากำลังขายความสามารถในราคาถูก และของที่ไม่ได้ใช้ก็จะค่อยๆ ฝ่อไปด้วย

ข้อที่ 2 งานตรงกับเป้าหมายของเราหรือเปล่า

ข้อนี้ผมมีเงื่อนไข 3 อย่างเหมือนกัน และต้องครบทั้งสามถึงจะนับว่า “ใช่”

  1. ต้องชอบ ตื่นมาทำแล้วไม่ฝืนจนเกินไป
  2. ต้องทำได้ดี ชอบอย่างเดียวแต่ทำได้ไม่ดี อันนี้ยังไม่ใช่คำตอบ
  3. ต้องมีให้ทำต่อ ข้อนี้สำคัญที่สุด คือมีสิ่งให้ต่อยอด มี career path ให้เติบโตไปตามเป้าที่เราตั้งไว้

ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือ เป้าหมายปลายทางอยากเป็นนักการตลาด อยากขึ้นไปถึง CMO แต่งานที่ทำอยู่ทุกวันเป็นงานขาย ต่อให้เงินเดือนดีแค่ไหน เส้นทางนี้ก็พาเราไปคนละทางกับเป้าหมาย แบบนี้ข้อ 2 คือตอบ “ไม่” ชัดเจน

ข้อที่ 3 สังคมที่ทำงานดีไหม

ข้อนี้ขาดไม่ได้ และเช็กได้จาก 3 จุด

  1. หัวหน้าเป็นยังไง จู้จี้จุกจิก หรือสนับสนุนการทำงานของเรา คนคนเดียวนี้เปลี่ยนคุณภาพชีวิตการทำงานได้ทั้งใบ
  2. ทีมเป็นยังไง เพื่อนร่วมทีมเม้ามอยกันทั้งวัน พากันเสียเงิน แต่ไม่พัฒนากันเลยหรือเปล่า สนุกจริง แต่ผ่านไปปีนึงเราได้อะไรเพิ่มบ้าง
  3. เรารายล้อมด้วยคนที่เก่งกว่าไหม อันนี้ผมชอบที่สุด เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าตัวเองเก่งที่สุดในทีมแล้ว นั่นคือสัญญาณว่าเราหยุดโต

เกณฑ์ตัดสิน ควรเปลี่ยนงานหรืออยู่ต่อ

ตอบทั้ง 3 ข้อแบบตรงไปตรงมากับตัวเอง แล้วนับคะแนน

  • ตอบ “ใช่” อย่างน้อย 2 ข้อ งานนี้ยังไปต่อได้ แต่ให้รู้ว่าข้อที่ตอบ “ไม่” คือจุดอ่อนตรงไหน แล้วลองดูว่าปรับได้ไหม บางเรื่องคุยกับหัวหน้าตรงๆ ก็แก้ได้
  • ตอบ “ไม่” มากกว่า 1 ข้อ ต้องคิดจริงจังแล้วว่างานนี้อาจไม่เหมาะกับเราในช่วงเวลานี้ ไม่ได้แปลว่าต้องลาออกพรุ่งนี้ แต่ควรเริ่มวางแผน อัพเดท resume ดูตลาด และเช็กว่า skill เรายังขายได้ไหม

คำถามที่พบบ่อย

ควรอยู่ที่เดิมอย่างน้อยกี่ปี ถึงค่อยคิดเรื่องเปลี่ยนงาน

ผมไม่เชื่อเรื่องตัวเลขปีตายตัวครับ สิ่งที่ควรดูคือเรายังได้เรียนรู้อะไรใหม่จากงานตรงนี้อยู่ไหม ถ้าปีที่สองยังได้ของใหม่ทุกเดือนก็อยู่ต่อได้สบาย แต่ถ้าปีที่ห้าแล้วงานวนอยู่ที่เดิม นั่นคือสัญญาณที่ชัดกว่าจำนวนปี

เงินเดือนต่ำกว่าตลาด ควรขอขึ้นก่อน หรือหางานใหม่เลย

ลองคุยก่อนครับ เพราะการคุยหนึ่งครั้งต้นทุนต่ำกว่าการย้ายงานมาก แต่ให้เข้าไปคุยพร้อมข้อมูลจริง ทั้งตัวเลขตลาดและผลงานที่เราทำได้ ถ้าคุยแล้วยังไม่ขยับ และอีกสองข้อที่เหลือก็ตอบว่าไม่ ค่อยเริ่มดูตลาดจริงจัง

ยังไม่มีที่ใหม่ ควรลาออกก่อนไหม

ถ้าไม่ได้เจอเรื่องที่กระทบสุขภาพกายใจจริงๆ ผมแนะนำให้หาที่ลงก่อนแล้วค่อยออกครับ การมีงานอยู่ทำให้เราต่อรองได้ดีกว่า และไม่ต้องรีบรับข้อเสนอแรกที่เข้ามาเพราะความกังวลเรื่องรายได้

มุมที่อยากฝากไว้

งานบางงานเหมาะกับเราแค่ช่วงเวลาหนึ่ง พอเวลาผ่านไป ประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้ตรงนั้นถูกเก็บเกี่ยวครบแล้ว ก็ถึงจุดที่ต้องทบทวนว่าเรามีช่องทางให้ไปต่อไหม career path ของเราเป็นยังไง และควรทำอะไรต่อเพื่อไปตามเป้าที่ตั้งไว้

ผมเชื่อว่าเราต้องให้โอกาสตัวเองอยู่เสมอ อย่าเพิ่งตัดสินไปก่อนว่าตัวเองทำได้หรือทำไม่ได้

และมีความจริงข้อหนึ่งที่ต้องยอมรับ วันที่เราออกไป ไม่ว่าตำแหน่งจะสูงแค่ไหน บริษัทหาคนใหม่หรือปรับวิธีการเพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้เสมอ แต่ถ้าเราย่ำอยู่กับที่เพราะรู้สึกว่าตรงนี้สบายแล้ว คนที่เสียโอกาสเติบโตมีอยู่คนเดียวคือตัวเรา

สุดท้ายแล้ว Your choice ครับ

ใครที่กำลังนั่งชั่งใจอยู่ ลองหยิบกระดาษมาตอบ 3 ข้อนี้แบบซื่อสัตย์กับตัวเองดูนะครับ คำตอบมักจะชัดกว่าที่เราคิด

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังตัดสินใจครับ 💪

ปล. ใครอยากฟังเวอร์ชันเล่าสด กดดูในคลิปด้านบนได้เลยครับ