KW4F.OS

อยากทำงานสายการ⁠ตลาดเริ่มยัง⁠ไง: เส้น⁠ทาง สกิล และตำแหน่ง⁠งาน

·อ่าน 6 นาที·อัปเดต

อยากทำงานสายการตลาด เส้นทาง สกิล และตำแหน่งงาน

เกือบทุกสัปดาห์จะมีน้องๆ ทักเข้ามาในกล่องข้อความ คำถามคล้ายกันจนผมจำได้ขึ้นใจ “พี่ครับ ผมอยากทำงานสายการตลาด แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ต้องเรียนอะไร ต้องเก่งอะไรก่อนถึงจะมีคนรับ” บางคนเพิ่งจบใหม่ บางคนทำงานสายอื่นมา 3-4 ปีแล้วอยากย้ายมา

ผมเข้าใจความงงตรงนี้ดี เพราะคำว่าการตลาดมันกว้างมาก ตั้งแต่ทำ content, ยิงแอด, ดูแล brand, ทำ SEO ไปจนถึงนั่งอ่าน data ทั้งวัน แต่ละทางใช้สกิลคนละชุด เงินเดือนคนละเรท แถมยังมีเรื่อง AI ที่เข้ามาเขย่าตำแหน่งเริ่มต้นอีก หน้านี้ผมเลยตั้งใจรวบทุกคำถามที่เจอบ่อยไว้ในที่เดียว

สรุปสั้นๆ: หน้านี้คือแผนที่เส้นทางสำหรับคนอยากเข้าสายการตลาด ครอบตั้งแต่เรียนอะไร, ตำแหน่งงานมีอะไรบ้าง, เตรียมตัวสัมภาษณ์ยังไง, AI กำลังเปลี่ยนงาน entry-level แค่ไหน ไปจนถึงเข้ามาแล้วจะโตต่อยังไง เหมาะกับเด็กจบใหม่ คนอยากเปลี่ยนสาย และน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มงานปีแรก แต่ละหัวข้อผมเขียนแบบเต็มแยกไว้อีกบทความ ลิงก์ไว้ให้ตามอ่านได้เลย

ภาพ⁠รวม: สายการ⁠ตลาดไม่ได้มีทาง⁠เดียว

จากที่ผมดูแล Performance Marketing มาหลายปี สิ่งหนึ่งที่อยากบอกตั้งแต่ต้นคือ สายการตลาดไม่ได้มีบันไดขั้นเดียวที่ทุกคนต้องปีน คนที่เก่ง content กับคนที่เก่งตัวเลข เดินคนละเส้นแต่ไปถึงระดับ senior ได้เหมือนกัน สิ่งที่ทำให้ต่างกันจริงๆ ไม่ใช่ปริญญา แต่เป็นการลงมือทำของจริงแล้ววัดผลเป็น

แผนที่เส้นทางสายการตลาด 5 จุดแวะ ตั้งแต่เรียนอะไร ตำแหน่งงาน เตรียมสัมภาษณ์ AI กับงาน entry-level จนเข้ามาแล้วโตต่อ
เส้นทางสายการตลาด 5 จุดแวะ จากเริ่มเรียนจนเติบโตในงานจริง

ผมเลยอยากให้มองภาพตรงนี้เป็นแผนที่ ไม่ใช่ checklist ที่ต้องทำตามเป๊ะทุกข้อ หยิบเฉพาะส่วนที่ตรงกับจุดที่เพื่อนๆ ยืนอยู่ตอนนี้ก่อนได้เลยครับ

ทำงานสายการ⁠ตลาดต้องเรียนอะไร เริ่มจากพื้น⁠ฐานไหน

คำถามแรกที่เจอบ่อยสุดคือต้องจบการตลาดไหม คำตอบของผมคือไม่จำเป็นครับ ผมเห็นคนจบบัญชี วิศวะ อักษร มาทำสายนี้แล้วเก่งกว่าคนจบตรงสายก็เยอะ สิ่งที่ควรลงทุนเรียนคือพื้นฐาน 3 อย่าง เข้าใจ funnel, อ่านตัวเลขเป็น และสื่อสารให้คนเข้าใจได้ ส่วนเครื่องมือ ทั้ง Google Ads, Meta Ads, GA4 ค่อยเก็บทีหลังได้ เพราะหน้าตามันเปลี่ยนแทบทุกปีอยู่แล้ว

ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลสกิลที่ตลาดงานต้องการมากที่สุดจาก LinkedIn ก็ชี้ไปทางเดียวกัน คือทักษะวิเคราะห์ข้อมูลและการสื่อสารติดอันดับต้นๆ มาหลายปีต่อเนื่อง เครื่องมือเปลี่ยนได้ทุกปี แต่สองสกิลนี้อยู่กับเรายาว ถ้าอยากรู้ว่าควรเริ่มจากคอร์สหรือแหล่งเรียนแบบไหนก่อน ผมรวมไว้ในบทความ อยากทำงานสายการตลาดควรเรียนอะไร แล้ว

ตำแหน่ง⁠งานในสายการ⁠ตลาดมีอะไรบ้าง

ถ้าแยกหยาบๆ สายการตลาดมีสองฝั่งใหญ่ ฝั่ง brand และ creative ที่เน้นเล่าเรื่องสร้างภาพจำ กับฝั่ง performance ที่เน้นยอดและตัวเลขที่วัดผลได้ ทั้งสองฝั่งสำคัญพอกัน แต่ถ้าให้ผมแนะนำคนเริ่มต้นที่อยากเห็นผลงานตัวเองแบบจับต้องได้ ฝั่ง Performance Marketing เป็นจุดออกตัวที่ดี เพราะทุกอย่างมีตัวเลขให้พิสูจน์ตัวเอง ตั้งแต่ ROAS, CPC ยัน conversion ลองอ่านว่าตำแหน่งนี้ทำอะไรจริงในแต่ละวันได้ที่ ตำแหน่ง Performance Marketing ทำอะไร

พอจะสมัคร⁠งาน เตรียม⁠ตัวสัมภาษณ์ยัง⁠ไงให้ผ่าน

ตอนผมนั่งสัมภาษณ์คนเข้าทีม สิ่งที่ผมมองไม่ใช่ GPA แต่เป็นวิธีคิด ถ้าน้องเล่าได้ว่าเคยทำแคมเปญอะไร ตัวเลขก่อนและหลังเป็นยังไง ตัดสินใจปรับเพราะอะไร อันนั้นกินขาดเด็กที่ท่องนิยามศัพท์มาเป๊ะแต่ไม่เคยลงมือทำจริง portfolio เล็กๆ ที่มีตัวเลขจริง มีพลังกว่า resume สวยๆ ที่ว่างเปล่า ผมรวมคำถามที่เจอบ่อยและวิธีตอบให้ดูมีของไว้ใน เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน Digital Marketing

AI กับตำแหน่ง entry⁠-⁠level ที่กำลังเปลี่ยน⁠ไป

เรื่องนี้ผมพูดตรงๆ เพราะมันกระทบน้องจบใหม่ที่สุด งานเริ่มต้นหลายอย่างที่เมื่อก่อนบริษัทจ้าง junior มานั่งทำ ทั้งร่าง copy, ตัดคลิปสั้น, จัด data เบื้องต้น ตอนนี้ AI ทำได้เร็วและถูกกว่า ผลคือบันไดขั้นแรกมันบางลง บริษัทอยากได้คนที่สั่ง AI ทำงานเป็นมากกว่าคนที่ลงไปทำงานแข่งกับ AI ผมเขียนเจาะลึกว่าทำไม ตำแหน่ง Junior กำลังหายไปในยุค AI และน้องๆ ควรวางตัวยังไงให้ไม่ตกขบวน

เข้า⁠มาทำงานแล้ว จะโตต่อยัง⁠ไงให้ไม่ตัน

ผ่านด่านได้งานแล้วยังไม่จบครับ ปีแรกๆ คนส่วนใหญ่ทำงานตามที่หัวหน้าสั่ง แล้วก็เริ่มรู้สึกตันเพราะไม่รู้ว่าตัวเองโตขึ้นจริงไหม สิ่งที่ผมย้ำกับน้องๆ ในทีมเสมอคือ ตั้งเป้าหมายของตัวเองให้ชัด แล้ววัดมันด้วยตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก คนที่โตเร็วคือคนที่เป็นเจ้าของผลงานตัวเอง ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาบอกว่าทำดีหรือยัง วิธีตั้งเป้าและโตอย่างมีทิศทาง ผมเล่าไว้ใน การเติบโตในสายงานอย่างมั่นใจ

เริ่มตรง⁠ไหนดี

ถ้าเพิ่งเริ่มจากศูนย์และไม่รู้จะหยิบอันไหนก่อน ผมแนะนำให้ไล่อ่านตามลำดับนี้

  1. เริ่มที่พื้นฐานก่อน รู้ว่าต้องเก่งอะไรและควรเรียนจากแหล่งไหน
  2. สำรวจว่าตำแหน่งไหนเหมาะกับนิสัยตัวเอง โดยเฉพาะฝั่ง Performance Marketing ที่วัดผลชัด
  3. ลงมือทำงานจริงเล็กๆ เก็บเป็น portfolio แล้วซ้อมเล่าให้เป็นตัวเลขก่อนไปสัมภาษณ์
  4. เข้าใจว่า AI เปลี่ยนเกม entry-level ยังไง เพื่อวางตัวให้ถูกตั้งแต่ยังเด็กในสายงาน
  5. พอได้งานแล้ว วางแผนการเติบโตด้วยเป้าหมายที่วัดได้ ไม่ปล่อยให้ลอยไปวันๆ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ได้จบการ⁠ตลาดมา ทำงานสายนี้ได้ไหม

ได้ครับ และไม่ใช่ข้อยกเว้นด้วย ทีมที่ผมเคยร่วมงานมีคนจบคนละสายเต็มไปหมด สิ่งที่บริษัทดูจริงๆ คือคุณคิดเป็นระบบไหม อ่านตัวเลขแล้วตัดสินใจต่อได้ไหม และพร้อมเรียนรู้เครื่องมือใหม่เร็วแค่ไหน ใบปริญญาเปิดประตูใบแรกได้บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้คุณอยู่รอดและโตในสายนี้คือผลงานที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ชื่อคณะที่จบมา

อยากเปลี่ยนสายมาทำงานสายการ⁠ตลาดตอนอายุ 30 ขึ้น⁠ไป สายไปไหม

ไม่สายครับ ผมเคยเห็นคนวัย 30 กลางๆ ที่ทำสายขายหรือสายบัญชีมาก่อน ย้ายเข้ามาแล้วโตเร็วกว่าเด็กจบใหม่ด้วยซ้ำ เพราะเขาเข้าใจธุรกิจและเข้าใจลูกค้าจริง ซึ่งเป็นของที่สอนกันยาก ข้อได้เปรียบของคนเปลี่ยนสายคือประสบการณ์เดิมที่ติดตัวมา ส่วนที่ต้องเร่งคือสกิลเครื่องมือกับการอ่านตัวเลข ถ้ายอมเริ่มจากงานจริงเล็กๆ แล้วสะสม portfolio ให้เห็นผล อายุไม่ใช่กำแพงเท่าที่หลายคนกลัวกันครับ


เส้นทางสายการตลาดมันยาวและแตกกิ่งเยอะก็จริง แต่ข้อดีคือไม่มีใครบังคับให้เราเดินทางเดียวกับคนอื่น เริ่มจากจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้ ทำของจริงให้มีตัวเลขติดมือ แล้วค่อยๆ ขยับทีละขั้น เพื่อนๆ คนไหนกำลังเล็งสายนี้อยู่ ลองหยิบบทความที่ตรงกับจุดของตัวเองไปอ่านก่อนได้เลย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ 💪


ข้อมูลอ้างอิง

LinkedIn — สกิลที่ตลาดงานต้องการมากที่สุด
บทความอื่นในหมวด · อาชีพสายการตลาดดูทั้งหมด →

อ่านต่อใน อาชีพสายการ⁠ตลาด

ดูทั้งหมด →
VIDEO

เรื่องแบบ⁠นี้ ผมเล่าเป็นคลิป 3 นาทีไว้ด้วยครับ

ผมเล่าเรื่องการตลาดจากงานจริงไว้ที่ TikTok และ YouTube ทุกสัปดาห์

TikTok
@kritwork4fun
เปิดดู →
YouTube
KritWork4Fun
เปิดดู →
MEMBERS · ฟรี

เข้า⁠สู่⁠ระบบหรือสมัครสมาชิก

เข้าถึงคอร์สเรียน เครื่องมือ และเคล็ดลับการทำงานจาก KW4F!

ส่งรหัส 6 หลักไปที่อีเมลนี้ ไม่ต้องตั้งรหัสผ่าน

สมัครฟรี · นโยบายความเป็นส่วนตัว