เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน Digital Marketing สำหรับเด็กจบใหม่

สัมภาษณ์งาน Digital Marketing จบใหม่ต้องตอบอะไร: คำถามจริงและวิธีเตรียมตัว

น้องคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งตรงข้ามผมในห้องสัมภาษณ์ มือยังกำ resume ที่ปรินต์มาแน่นๆ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยตอนแนะนำตัว ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี เพราะการสัมภาษณ์งาน Digital Marketing สำหรับเด็กจบใหม่เป็นหนึ่งในสนามที่คนแย่งกันเยอะที่สุดสายหนึ่ง

ขอบอกก่อนว่าสิ่งที่ผมจะเล่าต่อจากนี้เป็นเทคนิคที่ผมใช้สัมภาษณ์จริง ไม่ใช่สูตรกลางที่ทุกบริษัทใช้เหมือนกัน เวลาผมนั่งเป็นกรรมการ ผมไม่ได้จับผิดว่าน้องท่องนิยามมาครบไหม แต่อยากรู้ว่าน้องคิดเป็นระบบและอยากทำงานนี้จริงแค่ไหน ถ้าน้องรู้ว่าคนสัมภาษณ์มองหาอะไร ก็เตรียมตัวได้ตรงจุดขึ้นเยอะครับ

สรุปสั้นๆ: การสัมภาษณ์งาน Digital Marketing สำหรับเด็กจบใหม่ ผมจะเช็ค 4 ส่วนตามลำดับ คือ ความรู้พื้นฐาน (Knowledge), ประสบการณ์จริง (Experience), ทักษะการทำงาน (Skills) และการให้ลองทำงานจริง (Real Task) แต่ละด่านไม่ได้วัดว่าน้องเก่งสุดในห้องหรือเปล่า แต่วัดว่าน้องคิดเป็นระบบและอยากทำตำแหน่งนี้จริงไหม

โครงสร้าง 4 ส่วนที่ผมใช้สัมภาษณ์งาน Digital Marketing

เวลาผมเปิดบทสัมภาษณ์งาน Digital Marketing ในหัวผมจะมีโครงสร้าง 4 ส่วนหลักเสมอ และไล่ไปทีละด่านแบบนี้

ไดอะแกรมโครงสร้างการสัมภาษณ์ 4 ขั้น เช็คความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ และทำจริง ขั้นสุดท้ายเน้นสีเหลือง
4 ด่านที่ผมใช้คัดคน ตั้งแต่ รู้ไหม จนถึง ทำได้จริงไหม โดยด่านสุดท้ายคือตัวชี้ขาด
  1. เช็คความรู้ (Knowledge) ว่าเข้าใจภาพรวมการตลาดดิจิทัลแค่ไหน
  2. เช็คประสบการณ์ (Experience) จากงานที่เคยทำจริง
  3. เช็คทักษะการทำงาน (Skills) ผ่านโจทย์จำลองและการวิเคราะห์งาน
  4. ให้ลองทำงานจริง (Real Task) ในเวลาจำกัด

สี่ด่านนี้เรียงกันมาอย่างมีเหตุผล ไล่จากรู้ไหม เคยทำไหม ทำเป็นไหม ไปจนถึงทำได้จริงไหม

ส่วนที่ 1 เช็คความรู้ (Knowledge)

ด่านแรกผมถามความรู้เรื่องการตลาดก่อน มี 3 คำถามย่อยที่ใช้ประจำ

คำถามแรก น้องเข้าใจภาพของ Digital Marketing แค่ไหน ในมุมน้องเอง น้องคิดว่าพี่ๆ ที่ทำตำแหน่งนี้ในบริษัท เขาทำอะไรกันบ้างในแต่ละวัน คนที่ทำการบ้านมาก่อนหรือเคยฝึกงานจะอธิบายได้ลื่นเลย เพราะเคยเห็นภาพจริง ถ้าน้องอยากเห็นภาพให้ชัดก่อนเข้าสัมภาษณ์ ลองอ่านว่าตำแหน่ง Performance Marketing ทำอะไร ในแต่ละวันบ้าง จะช่วยให้ตอบคำถามนี้ได้หนักแน่นขึ้น

คำถามที่สอง ช่องทางการตลาดตอนนี้มีอะไรบ้าง ผมให้น้องไล่มาให้หมดเท่าที่เข้าใจ ทั้ง Google, Facebook, IG, TikTok, Meta, Line ไปจนถึงช่อง Offline แล้วแต่ละช่องทางทำงานยังไง ไม่ต้องรู้ลึกระดับเซียน แต่ควรเข้าใจพื้นฐานคร่าวๆ ตรงนี้หลายคนสับสนระหว่างคำว่า Digital Marketing กับ Performance Marketing ถ้าน้องยังแยกไม่ออก ลองอ่านว่าPerformance Marketing ต่างจาก Digital Marketing ยังไง ก่อน จะตอบได้คมขึ้น

คำถามที่สาม เมตริกที่ใช้ทำ Digital Marketing มีอะไรสำคัญบ้าง ตั้งแต่ Impression, Click Rate (CTR), Engagement หรือตัวอื่นๆ ที่มีในแต่ละช่องทาง ผมไม่ได้คาดหวังให้น้องท่องมาทุกตัว แต่อยากเห็นว่าน้องเข้าใจว่าเมตริกพวกนี้บอกอะไร และเอาไปใช้ตัดสินใจยังไง ใครยังไม่แน่นพื้นฐานพวกนี้เลย ผมแนะนำให้กลับไปดูว่าอยากทำงานสายการตลาดควรเรียนอะไร เพราะมันคือฐานที่ทำให้ตอบด่านนี้ได้สบาย

ส่วนที่ 2 เช็คประสบการณ์ (Experience)

พอผ่านความรู้ทั่วไป ผมเข้าเรื่องประสบการณ์ คำถามแรกของด่านนี้คือ งานที่น้องเคยทำที่เกี่ยวกับการตลาด ชิ้นไหนที่ชอบที่สุด ขอยกตัวอย่างมา 1 งาน

ถ้ามี portfolio น้องโชคดีไปเลย แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องตกใจครับ นึกย้อนว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเคยทำโปรเจคอะไรที่เกี่ยวกับการตลาดบ้าง หรือถ้าไม่มีจริงๆ หยิบสิ่งที่น้องทำส่วนตัวมาเล่าได้เลย น้องมีช่อง TikTok มี Facebook มี IG ของตัวเอง น้องใช้สิ่งเหล่านั้นทำอะไร ปั้นมันยังไง เล่าให้คนสัมภาษณ์ฟัง นั่นคือประสบการณ์จริงทั้งนั้น

แต่ตรงนี้แหละที่ผมไม่หยุดแค่ฟังแล้วผ่านไป ผมจะถามต่อแบบไล่จี้ สมมุติน้องบอกว่าทำช่อง TikTok ขายของออนไลน์ ผมขอดูช่องเลยว่าขายอะไร ถ้าน้องขาย art toy ทำช่องเกี่ยวกับตุ๊กตา ผมก็จะถามต่อว่าอะไรที่ทำให้คลิปมันไวรัล ตอนถ่ายน้องใช้อะไรถ่าย อุปกรณ์มีอะไรบ้าง ใช้ไฟใช้แสงแบบไหน ไฟที่ใช้ซื้อจากที่ไหน

เทคนิคถามไล่จี้แบบนี้มีไว้เช็คอย่างเดียวเลยครับ ว่าน้องรู้จริงหรือเปล่า คนที่ทำเองมาจริงจะตอบได้ลื่นทุกจุด เพราะมันคือสิ่งที่เขาลงมือทำ ส่วนคนที่ตอบไม่จริงจะมีจุดที่ตอบไม่ได้ หรือพยายามหลีกเลี่ยงคำถาม สำหรับน้องที่กำลังเตรียมตัว นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราควรเล่าแต่เรื่องที่ทำเองจริงๆ เพราะคนสัมภาษณ์ที่เก่งเขาจับสัญญาณพวกนี้ได้

ส่วนที่ 3 ทักษะการทำงาน (Skills)

ด่านทักษะ ผมมีวิธีเช็คอยู่ 2 แบบ

แบบที่ 1 โจทย์สถานการณ์จำลอง

ผมจะโยนโจทย์ให้ เช่น สมมุติวันนี้พี่รับน้องเข้ามาทำงาน พี่อยากปั้นช่อง TikTok 1 ช่อง ให้มี 2,000 followers ภายในสิ้นปี เหลือเวลาอีก 3 เดือน น้องจะทำยังไงบ้าง ลองเล่าให้พี่ฟัง

สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ น้องต้องตอบภาพรวมก่อน ให้คนสัมภาษณ์เข้าใจวิธีคิดและการเรียงลำดับขั้นตอนการทำงานของน้องเป็น step by step ยกเคสจริงที่ผมเคยใช้ บริษัทขายอุปกรณ์ชานมไข่มุก สเต็ปแรกผมจะขอดูก่อนว่าช่อง TikTok ปัจจุบันมีอะไรอยู่บ้าง ถ้าสินค้าหลักเป็นพวกใบชา หลอด แก้ว ฟิล์มปิดแก้ว ผมก็อาจจะทำคลิป demo สินค้าพวกนี้ แล้วเพิ่มช่องทางทำแบรนด์ไปด้วย วิธีไหนที่เวิร์ค ก็ดูต่อว่ายิงโฆษณาได้ไหม ทำแอดเสริมได้หรือเปล่า

ผมไม่ได้ต้องการคำตอบที่เพอร์เฟกต์ แค่เห็นน้องพยายามเรียบเรียงลำดับขั้นตอนให้มัน make sense ก็ได้คะแนนแล้ว เพราะคนที่คิดเป็นสเต็ปได้ คือคนที่ทำงานจริงแล้วไม่หลงทาง

แบบที่ 2 เอางานตัวอย่างมาให้วิเคราะห์

อีกวิธีที่ผมชอบใช้มากคือ ผมจะมีตัวอย่างงานมาให้ สมมุติเป็นโพสต์ 1 ชิ้น ผมวางตรงหน้าน้องแล้วบอกว่า ลองบอกข้อผิดพลาดของโพสต์นี้มา 3 อย่าง อะไรที่ควรปรับปรุง น้องต้องดูตั้งแต่รูป โทน สี ไปจนถึงตัวสะกด

ความลับเล็กๆ คือผมชอบแอบวางยาไว้ ผมจะใส่ตัวสะกดผิดไป 2 ถึง 3 จุด เพื่อดูว่าน้องจะสังเกตเห็นไหม ผมดูภาพรวมว่าน้องวิเคราะห์งานเป็นไหม มีเซนส์เรื่องการทำ artwork หรือเปล่า สีเพี้ยน หลุดโทน หลุดธีม น้องจับได้ไหม เพราะการทำการตลาดมันคือการผสมผสาน ไม่ใช่แค่ตัวเลขอย่างเดียว มันมีเรื่องเซนส์ด้านดีไซน์เข้ามาเกี่ยวด้วย คนที่มีสกิลพวกนี้จะได้คะแนนไปเต็มๆ

ส่วนที่ 4 ให้ลองทำงานจริง (Real Task)

ด่านสุดท้ายสำคัญที่สุดสำหรับผม คือการให้ลองทำจริง ผมจะให้เวลาน้อง 15 นาที เขียนบล็อกขึ้นมา 1 บล็อก พร้อมทำรูปประกอบ 1 รูป โดยมีเป้าหมายว่าบล็อกนี้ต้องทำให้คนกดคลิกเข้าไปซื้อของ จะใช้โปรแกรมหรือวิธีไหนก็ได้ ผมจับเวลา 15 นาทีเป๊ะ

พอครบเวลา ผมไม่ได้ดูแค่ผลงานที่ออกมา แต่ผมจะถามต่อว่าน้องทำมันออกมายังไง ใช้อะไรทำ ใช้ CapCut ไหม ใช้ AI เข้ามาช่วยหรือเปล่า ใช้โปรแกรมอะไร แล้วตัวบทความน้องเรียบเรียงยังไง ใช้อะไรช่วยคิด คำตอบตรงนี้บอกผมได้เยอะมากว่าน้องทำงานเป็นกระบวนการ หรือทำมั่วๆ ให้เสร็จไปที

สิ่งที่ Hiring Manager มองหาจริงๆ

มาถึงตรงนี้ผมอยากบอกตรงๆ ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่มาสัมภาษณ์งานตำแหน่งจูเนียร์จะตอบได้ครบทุกเรื่อง และผมก็ไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าการตอบได้ทุกข้อ คือความอยากทำตำแหน่งนี้จริงๆ บวกกับการคิดอย่างเป็นระบบ

ไดอะแกรมสิ่งที่ Hiring Manager มองหาในการสัมภาษณ์ การ์ดสีน้ำเงิน 3 ใบ เข้าใจภาพรวม มีประสบการณ์จริง เล่าตรงไปตรงมา พร้อมแถบเหลืองเน้น
3 สัญญาณที่ Hiring Manager มองหาจริงๆ ไม่ใช่การตอบได้ทุกข้อ แต่คือความอยากทำและการคิดอย่างเป็นระบบ

ผมขอเน้นเลยว่าสามอย่างที่ Hiring Manager หรือคนสัมภาษณ์ชอบที่สุดคือ การเข้าใจภาพรวม การมีประสบการณ์จริง และการเล่าอย่างตรงไปตรงมา ใครที่มีสามอย่างนี้ ต่อให้ตอบบางคำถามไม่ได้ ก็ยังน่าสนใจกว่าคนที่ท่องมาเป๊ะแต่ทำจริงไม่เป็น

และถ้าน้องอยากไปได้ไกลกว่าแค่ผ่านสัมภาษณ์ ผมแนะนำให้คิดเรื่องการเติบโตในสายงานอย่างมั่นใจ ตั้งแต่วันแรก ส่วนเรื่องความรู้พื้นฐาน ระหว่างรอสัมภาษณ์น้องอัปสกิลฟรีได้เลยจากคอร์สทางการอย่าง Google Skillshop และ Meta Blueprint ทั้งสองที่นี้ออกใบรับรองให้ด้วย เอาไปใส่ resume ได้เลย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งาน Digital Marketing

ไม่มี portfolio เลย จะสัมภาษณ์ Digital Marketing ได้ไหม

ได้ครับ ถ้าไม่มี portfolio ให้ย้อนนึกถึงโปรเจคสมัยเรียน หรือหยิบสิ่งที่น้องทำส่วนตัวมาเล่า ช่อง TikTok, Facebook, IG ของตัวเองก็นับเป็นประสบการณ์จริง สิ่งที่คนสัมภาษณ์อยากเห็นไม่ใช่แฟ้มผลงานหรูๆ แต่คือเรื่องที่น้องลงมือทำเองและเล่าได้ลึกถึงรายละเอียด

ตอบคำถามไม่ได้ทุกข้อ จะตกสัมภาษณ์เลยไหม

ไม่จำเป็นครับ ตำแหน่งจูเนียร์ไม่มีใครคาดหวังให้น้องตอบครบทุกเรื่อง สิ่งที่สำคัญกว่าคือน้องคิดเป็นระบบไหม และอยากทำตำแหน่งนี้จริงแค่ไหน ถ้าตอบบางข้อไม่ได้ ให้บอกตรงๆ ว่ายังไม่รู้ แล้วลองคิดดังๆ ว่าน้องจะหาคำตอบยังไง อันนี้ดีกว่าเดาแบบมั่วๆ เยอะ

เด็กจบใหม่ควรเตรียมตัวยังไงก่อนสัมภาษณ์ Digital Marketing

เตรียม 3 อย่างหลักครับ หนึ่ง รู้จักช่องทางการตลาดและเมตริกพื้นฐานอย่าง Impression, CTR, Engagement สอง เตรียมงานจริงไว้เล่าอย่างน้อย 1 ชิ้น แม้จะเป็นช่องส่วนตัวก็ได้ และต้องเล่าได้ลึกทุกขั้นตอน สาม ฝึกคิดเป็นสเต็ป ลองตั้งโจทย์ปั้นช่องหรือทำแคมเปญแล้วเรียงลำดับวิธีทำในหัวให้คล่อง ระหว่างนี้เก็บใบรับรองจาก Google Skillshop หรือ Meta Blueprint ไว้ก่อนได้เลย


สุดท้ายนี้ผมอยากให้น้องๆ จำไว้ว่า การสัมภาษณ์ไม่ใช่การสอบที่ต้องได้คะแนนเต็ม แต่มันคือการให้คนสัมภาษณ์เห็นว่าน้องคิดเป็นระบบ มีของจริงในมือ และอยากทำงานนี้จริงๆ สี่ด่านที่ผมเล่ามา ถ้าน้องเตรียมมาแบบเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ น้องจะนั่งตอบได้แบบสบายใจขึ้นเยอะ ใครที่กำลังหางานอยู่ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน แล้วขอให้ได้งานที่ใช่นะครับ 💪


ข้อมูลอ้างอิง

Google Skillshop — คอร์สและใบรับรอง Google Ads ฟรี Meta Blueprint — คอร์สและใบรับรอง Meta Ads ฟรี