วัดผลโฆษณาออนไลน์ยังไงให้แม่นยำ? เข้าใจง่ายในบทความเดียว!
หลายคนเข้าใจว่าแค่ดูยอดขายที่ได้จากการยิงโฆษณาก็เพียงพอแล้ว จริงๆ แล้วก็ไม่ผิดนะคะ วิธีนี้เรียกว่า “ROAS” (Return on Ads Spend) หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนด้านโฆษณา ซึ่งเป็นตัวชี้วัดยอดนิยมสำหรับการวัดผลโฆษณาออนไลน์เลยค่ะ
ROAS คืออะไร? วัดผลโฆษณาออนไลน์ด้วยยอดขาย
สูตรการคำนวณ ROAS:
ROAS = ยอดขาย ÷ ค่าโฆษณา
ตัวอย่าง:
หากเพื่อนๆยิงแอดขายสินค้า A ได้ยอดขาย 1,000 บาท และใช้ค่าโฆษณา 100 บาท
ROAS = 1,000 ÷ 100 = 10 เท่า
นั่นหมายถึงว่าเพื่อนๆจะได้ผลตอบแทน 10 เท่า จากงบโฆษณาที่ลงทุนไป
แล้วถ้าลงโฆษณาหลายช่องทาง เช่น Facebook, YouTube, Google ล่ะ?
คำถามคือ…เพื่อนๆคิดว่าช่องทางไหนคุ้มที่สุด? ตรงนี้เราต้องอาศัยการวิเคราะห์ Customer Journey หรือ “เส้นทางการเดินทางของลูกค้า” เข้ามาช่วยได้นะคะ
Customer Journey และ Marketing Funnel คืออะไร?
ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้า ลูกค้าจะผ่านกระบวนการหลากหลายขั้นตอน ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า Marketing Funnel โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะหลักๆ ดังนี้:
- Lead – ลูกค้าที่แสดงความสนใจ
- MQL (Marketing Qualified Lead) – ลูกค้าที่มีแนวโน้มสนใจจริง
- SQL (Sales Qualified Lead) – ลูกค้าที่พร้อมซื้อ
- WON (Customer) – ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อจริง
ตัวอย่างการวัดผลโฆษณาแบบ Funnel
สมมติว่าเราลงโฆษณารถยนต์ใน 3 ช่องทาง: Line, Facebook, Google ด้วยงบโฆษณาที่เท่าๆกัน ผลลัพธ์ที่ได้:
- ได้ Lead จากทั้ง 3 ช่องทาง = 3 Leads
- MQL จาก Facebook และ Google = 2 MQLs
- SQL จาก Google = 1 SQL
- ลูกค้าซื้อจริงจาก Google = 1 WON
วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายแต่ละขั้น (Cost per Funnel)
ถ้าใช้งบโฆษณา 300 บาท เท่ากับ:
- CPL (Cost per Lead) = 300 ÷ 3 = 100 บาท
- CMQL (Cost per MQL) = 300 ÷ 2 = 150 บาท
- CSQL (Cost per SQL) = 300 ÷ 1 = 300 บาท
จะเห็นว่า Google เป็นช่องทางที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดในเชิงการปิดการขาย เพราะทำให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจที่จะซื้อรถกับเรานั่นเองค่ะ
อย่าเพิ่งรีบเทงบทั้งหมดไปช่องทางเดียว!
แม้ว่า Google จะดูคุ้มค่า แต่เพื่อนๆก็อย่าเพิ่งหยุดยิงแอดในช่อง Line หรือ Facebook นะคะ แต่ควรวิเคราะห์ต่อว่า…
- โฆษณาโดนใจกลุ่มเป้าหมายหรือไม่?
- รูปแบบคอนเทนต์เหมาะสมไหม?
- พื้นที่ยิงแอดถูกที่หรือเปล่า?
สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เครื่องมืออย่าง Marketing Persona เข้ามาช่วยวางแผนให้เพื่อนๆเห็นหน้าตากลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจนขึ้น และยิงแอดได้แม่นยำมากขึ้นค่ะ
สรุป: การวัดผลโฆษณาออนไลน์ไม่ใช่แค่ดูยอดขาย!
แต่ควรทำการวัดผลในแต่ละขั้นตอนของ Marketing Funnel ด้วย เพื่อให้รู้ว่า:
- ช่องทางไหนสร้างลูกค้าที่มีคุณภาพ?
- ลงทุนโฆษณาในช่องทางไหนแล้วคุ้มค่าที่สุด?
- ควรปรับกลยุทธ์ตรงไหนบ้าง?
ทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่ของนักการตลาดที่จะต้องค้นหา Lead ที่มีคุณภาพสูงสุด โดยใช้งบให้น้อยที่สุดค่ะ
สนใจการตลาดออนไลน์?
ถ้าสนใจเนื้อหาเกี่ยวกับการตลาด อยากทำงานด้านนี้ให้สนุก อย่าลืมติดตามบทความต่อๆไปของเราได้ที่เว็บไซต์ หรือดูคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการตลาดได้ที่ช่องทาง TikTok: Kritwork4fun แล้วมา work for fun ไปด้วยกันนะคะ!
