วิเคราะห์ Data โฆษณา 4 ขั้นตอน

วิเคราะห์ Data โฆษณาด้วย 4 ขั้นตอน (Framework ที่ใช้ทุกแคมเปญ)

ยิงโฆษณามาแล้วได้ข้อมูลกองโต แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรต่อ เป็นปัญหาที่ผมเจอกับนักการตลาดหลายคน

สารภาพว่าตอนเริ่มทำงานแรกๆ ผมเองก็เปิด Excel ก่อนตีโจทย์ตลอด สุดท้ายเอา Data ทั้งโลกมาดูจนตาลาย ไม่ได้คำตอบที่ใช้งานได้สักอัน (เปลือง Time ไปเยอะ555) ผมเลยมี Framework 4 ขั้นตอนที่ใช้กับทุกแคมเปญมาแชร์

สรุปสั้นๆ: การวิเคราะห์ Data จากการยิงโฆษณามี 4 ขั้นตอนตามลำดับ คือ เข้าใจ Funnel, ตีโจทย์ให้แตก, ดึงและวิเคราะห์ข้อมูล, แล้วสรุปเป็น Action Plan หัวใจอยู่ที่ขั้นที่ 2 ตั้งคำถามให้คม

ขั้นที่ 1 เข้าใจ Funnel ก่อน

Funnel จริงๆ มีแค่ 3 ก้อน คือ ลูกค้า ไปเจอโฆษณา (Touch Point) แล้วเกิดผลลัพธ์ปลายทาง (Conversion) ก่อนวิเคราะห์ ต้องรู้ก่อนว่าแคมเปญนี้เป้าหมายคืออะไร Traffic, Lead, ยอดขาย หรือข้อความเข้า Line OA

ขั้นที่ 2 ตีโจทย์ให้แตก (สำคัญที่สุด)

ขั้นนี้สำคัญที่สุดและคนชอบข้าม ตัวอย่างโจทย์ที่ผมเจอจริง “ยิงแคมเปญให้ได้ข้อความเข้า Line OA ในราคาที่ถูกที่สุด” พอตีโจทย์ชัดแบบนี้ เราจะรู้ทันทีว่าต้องดึงข้อมูลตัวไหนจาก Meta มาดู ไม่ต้องดึงมาทั้งหมด

ผมเชื่อว่าการวิเคราะห์ที่ดีไม่ใช่การเปิด Excel เก่ง แต่คือการตั้งคำถามให้คม ถ้าคำถามชัด ข้อมูลตัวเดียวก็ตอบได้ ถ้าคำถามมั่ว ข้อมูล 100 คอลัมน์ก็ไม่ช่วยอะไร

ขั้นที่ 3 ดึงข้อมูล Clean และวิเคราะห์

  • เข้า Ads Manager ของ Meta ไปที่ Ad Reporting เลือก Fields (Spend, Impression, Reach, Result) แล้ว Export
  • เอาเข้า Google Sheets ใช้ Pivot Table ดึง Result Type กับ Ad ID มาคำนวณ Cost per Result
  • จัดเรียงจากถูกที่สุดไปแพงที่สุด เลือก Top 3 ถึง 5 ตัว
  • เอา Ad ID ที่ผลดีกลับไปดูใน Meta ว่า Creative และ Setting ต่างกันยังไง

ขั้นที่ 4 สรุปผลและทำ Action Plan

ตัวอย่างจริงของผม ยิง Google Ads แล้วอยากลด Cost per SQL ผมดึงข้อมูล Google Ads มา Mapping กับข้อมูล CRM ผ่าน UTM พบว่าวันจันทร์ Cost per SQL แพงสุด ส่วนพฤหัสถึงเสาร์ถูกกว่า

Action คือลดงบวันจันทร์ถึงพุธ เพิ่มงบพฤหัสถึงเสาร์ แล้ว A/B test ต่อ นี่คือการเอา Data มาเปลี่ยนเป็นการตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่ดูแล้วผ่านไป

คำถามที่พบบ่อย

วิเคราะห์ Data โฆษณาต้องเก่ง Excel ไหม

ไม่ต้องเก่งมาก ขอแค่ใช้ Pivot Table เป็น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการตั้งคำถามให้คมตั้งแต่ขั้นที่ 2

ควรดูเมตริกตัวไหนก่อน

ดู Cost per Result ที่ตรงกับเป้าหมายแคมเปญเป็นหลัก ไม่ใช่ดูทุกตัวพร้อมกันจนตาลาย

ขั้นไหนที่คนพลาดบ่อยสุด

ขั้นที่ 2 ตีโจทย์ คนชอบข้ามไปเปิด Excel เลย ทำให้วิเคราะห์ไปเรื่อยโดยไม่มีคำถามนำ สุดท้ายไม่ได้คำตอบที่ใช้งานได้


ใครอยากฝึกวิเคราะห์ Data โฆษณาให้คม หรือแลกเปลี่ยนวิธีอ่านตัวเลขกับนัก Performance Marketer คนอื่น แวะมาที่ Marketing Club ได้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนนะครับ 🙂