ปกบทความ Google Ads Transparency ส่องโฆษณาคู่แข่งบน Google ฟรี ใช้ยังไง

Google Ads Transparency ส่องโฆษณาคู่แข่งบน Google ฟรี ใช้ยังไง

ตอนอัดคลิปนี้ผมลองเล่น Google Ads Transparency ค้นหาแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ อยากรู้ว่าเจ้าที่ยิงแอดโซฟานอนเขาโฆษณาอะไรกันบ้าง พิมพ์ไปพิมพ์มาดันไปสะดุดชื่อบริษัทหนึ่งที่ผมไม่คุ้น แต่มีโฆษณารันอยู่ 800 ตัว กดเข้าไปดูถึงได้รู้ว่าเป็นโฆษณาเพลง เป็นความรู้ใหม่ของผมเลยครับ 555

เรื่องของเรื่องคือก่อนหน้านี้ผมทำคอนเทนต์พาส่องโฆษณาคู่แข่งฝั่ง Meta ไปแล้ว ซึ่งจริงๆ ฝั่ง Google ก็มีเครื่องมือแบบเดียวกัน แถมเปิดให้ใช้ฟรี ไม่ต้องล็อกอิน ไม่ต้องมีบัญชี Google Ads ด้วยซ้ำ วันนี้เลยอยากพามาดูกันครับว่าเข้าไปส่องยังไง แล้วเอาไปหาไอเดียทำแอดของเราต่อได้ตรงไหนบ้าง

สรุปสั้นๆ: Google Ads Transparency (ชื่อเต็มคือ Ads Transparency Center) เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google ที่เปิดให้ทุกคนเข้าไปดูโฆษณาของแบรนด์ไหนก็ได้ที่กำลังรันอยู่บน Search, YouTube, Google Maps, Google Play และ Shopping วิธีใช้คือค้นด้วยชื่อบริษัทผู้ลงโฆษณา เลือกประเทศ เลือกช่วงเวลา ก็จะเห็นชิ้นงานโฆษณาจริงทั้งหมด เอาไว้ส่องคู่แข่งและหาไอเดียก่อนวางกลยุทธ์แอดของเราครับ

คลิปต้นฉบับ: ส่องโฆษณาคู่แข่งด้วย Google Ads Transparency (กดเพื่อเล่น)

Google Ads Transparency คืออะไร ทำไม Google ถึงยอมให้เราส่อง

มันคือหน้าเว็บที่ Google รวบรวมโฆษณาของผู้ลงโฆษณาทุกเจ้าที่รันผ่านแพลตฟอร์มของเขา มาเปิดให้คนทั่วไปเข้าดูได้ที่ adstransparency.google.com หรือจะเสิร์ชใน Google ว่าชื่อเครื่องมือตรงๆ ก็เจอเป็นผลลัพธ์แรกเลยครับ

เหตุผลที่ Google ยอมเปิดข้อมูลขนาดนี้ เพราะมันเป็นเรื่อง regulation ครับ ทุกการโฆษณาต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนจ่ายเงินลงโฆษณาชิ้นไหน Google เลยทำ Ads Transparency Center ขึ้นมา และเขียนอธิบายไว้ในหน้านโยบาย Ads transparency ของ Google ด้วยว่าจะแสดงชื่อผู้ลงโฆษณา ที่ตั้ง และโฆษณาที่เคยรันในช่วงเวลาต่างๆ ให้คนทั่วไปเห็น

ใครที่เคยส่องคู่แข่งผ่านคลังโฆษณาฝั่ง Facebook มาก่อน หน้าตาจะคุ้นมากครับ คอนเซ็ปต์เดียวกับที่ผมเคยเล่าไว้ในบทความวิธีดูโฆษณาคู่แข่งบน Meta Ads Library เลย ต่างกันตรงที่ฝั่ง Google จะมีตัวเลือกให้เจาะเป็นรายแพลตฟอร์ม เพราะโฆษณาของเขากระจายอยู่หลายที่ ทั้ง Search, YouTube, Google Maps, Google Play และ Shopping ซึ่งแต่ละอันให้รายละเอียดคนละแบบ

วิธีใช้งาน กับกติกาข้อแรกที่หลายคนงง ต้องค้นด้วยชื่อบริษัท

ขั้นตอนไม่มีอะไรซับซ้อนครับ

ขั้นตอนการใช้ google ads transparency ส่องโฆษณาคู่แข่ง 3 ขั้นตอน เข้าเว็บ เลือกประเทศและช่วงเวลา แล้วค้นด้วยชื่อบริษัทผู้ลงโฆษณา ไม่ใช่คีย์เวิร์ดสินค้า
3 ขั้นตอนใช้ Ads Transparency Center กับกติกาสำคัญ ต้องค้นด้วยชื่อบริษัทผู้ลงโฆษณา ไม่ใช่คีย์เวิร์ดสินค้า
  1. เข้าเว็บ Ads Transparency Center ผ่านลิงก์ตรง หรือเสิร์ชหาใน Google ก็ได้
  2. เลือกประเทศและช่วงเวลา เช่น โชว์เฉพาะโฆษณาในไทย ย้อนหลัง Last 30 days
  3. พิมพ์ชื่อแบรนด์หรือบริษัทที่อยากส่อง แล้วเลือกจากรายชื่อ advertiser ที่ระบบขึ้นมาให้

จุดที่หลายคนสะดุดคือข้อ 3 ครับ เราพิมพ์คีย์เวิร์ดสินค้าอย่าง โซฟานอน ลงไปตรงๆ ไม่ได้ เพราะผลลัพธ์ที่ระบบขึ้นมาจะเป็นชื่อบริษัทที่ทำโฆษณากับ Google เท่านั้น อยากดูของ Index Living Mall ก็ต้องพิมพ์ชื่อเขาลงไปเลย ข้อดีคือมันทำงานกลับด้านได้ด้วย ต่อให้เราไม่รู้ชื่อเว็บไซต์ของแบรนด์นั้น ขอแค่รู้ชื่อบริษัทก็ค้นเจอครับ

และเพราะผลลัพธ์ขึ้นเป็นชื่อบริษัทนี่แหละ บางทีเราเลยได้ของแถมเป็นความรู้ใหม่ระหว่างทาง เหมือนบริษัท 800 แอดที่ผมเจอตอนต้นเรื่อง ซึ่งพอเห็นตัวเลขระดับนี้ก็รู้เลยว่าเขาจริงจังกับการยิงแอดขนาดไหน

เจาะดูรายแพลตฟอร์มได้ ทั้ง Search, YouTube และ Google Maps

พอกดเข้ามาหน้า advertiser ของแบรนด์ที่เลือกแล้ว ลองสลับดูทีละแพลตฟอร์มครับ อันนี้เล่นแล้วเพลินดี

เปรียบเทียบสิ่งที่เห็นใน google ads transparency แยกรายแพลตฟอร์ม Search, YouTube และ Google Maps แต่ละอันให้รายละเอียดโฆษณาคนละแบบ
แต่ละแพลตฟอร์มใน Ads Transparency Center ให้รายละเอียดคนละแบบ สลับดูได้จากหน้า advertiser เดียวกัน
  • Search เห็น text ads ที่รันอยู่จริง อย่างของ Index ตอนที่ผมเปิดดูในคลิป ก็มีทั้งดีลสำหรับลูกค้าออนไลน์เท่านั้น และบริการขนย้ายพร้อมประกอบติดตั้ง มีแอดเยอะมาก กด See All ไล่ดูได้ทั้งหมด
  • YouTube อันนี้แพทเทิร์นจะหลากหลายหน่อย เพราะโฆษณาที่โผล่บน YouTube มาได้ทั้งจากแคมเปญ PMax, Display และแคมเปญ YouTube เอง แต่ทั้งหมดคือชิ้นงานจริงที่รันอยู่บนแพลตฟอร์มนี้
  • Google Maps เป็นโฆษณาแบบ location กดเข้าไปดูดีเทลได้ว่าโฆษณาโชว์ล่าสุดเมื่อไหร่ ดาว rating ที่เห็นในแอดเป็นค่าที่ระบบดึงมาอัตโนมัติ ส่วนระยะทางจะ automate ตามตำแหน่งของคนเสิร์ช เช่น ขึ้นว่าสาขาอยู่ห่างจากเรากี่กิโล

ใครที่ยังไม่คุ้นว่าแคมเปญแต่ละแบบของ Google ต่างกันยังไง ผมเขียนปูพื้นไว้แล้วในบทความ Google Ads คืออะไร อ่านคู่กันจะเห็นภาพชัดขึ้นเยอะครับ

เอาไปหาไอเดียโฆษณายังไง วิธีที่ผมใช้จริง

ในคลิปผมลองสมมุติว่าตัวเองอยากซื้อแฟรนไชส์ชาสักเจ้า ก็เอาชื่อแบรนด์แฟรนไชส์นั้นมาค้นใน Transparency Center แล้วไล่ดูว่าเขากำลังโฆษณาอะไรอยู่ อยากโฟกัสเฉพาะภาพก็เลือก format เป็น image อย่างเดียว อยากดูวิดีโอก็สลับไปแพลตฟอร์ม YouTube แล้วกดดูแอดวิดีโอของเขาได้ทั้งตัว ตัวที่ผมเปิดดูในคลิปขึ้นวันที่เริ่มรันให้เห็นเลย ซึ่งตอนนั้นคือเพิ่งปล่อยมาได้ไม่นาน

สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่แค่ได้ดูแอดคนอื่นเพลินๆ นะครับ แต่เป็นข้อมูลตั้งต้นของกลยุทธ์เราเลย

  • เห็นว่าแบรนด์ในตลาดที่เราสนใจ กำลังสื่อสารเรื่องอะไร ชูจุดขายไหน
  • เห็นว่าเขาเล่น format ไหนบ้าง มีแค่ text หรือลงทุนทำวิดีโอด้วย
  • แล้วก็รู้ว่าเขากระจายโฆษณาไปแพลตฟอร์มไหนบ้าง เราควรไปอยู่ตรงไหน

ทั้งหมดนี้เอามาประกอบการวางแผนแอดของเราได้ทันที ส่วนใครที่กำลังจะเริ่มยิงแอดแล้วยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากแพลตฟอร์มไหนดี ลองอ่านคู่มือยิงแอดออนไลน์ฉบับเริ่มต้นต่อได้ครับ จะเห็นภาพรวมทั้งกระดานก่อนตัดสินใจลงเงินจริง

คำถามที่พบบ่อย

Google Ads Transparency ใช้ฟรีไหม ต้องมีบัญชี Google Ads หรือเปล่า

ฟรีครับ และไม่ต้องมีบัญชี Google Ads หรือล็อกอินอะไรเลย เปิดผ่านเบราว์เซอร์ได้ทั้งบนคอมและมือถือ เพราะเครื่องมือนี้ Google ตั้งใจเปิดให้คนทั่วไปตรวจสอบโฆษณาได้อยู่แล้ว ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนทำแอด

เห็นงบโฆษณาหรือผลลัพธ์ของคู่แข่งไหม

ไม่เห็นครับ สิ่งที่เห็นคือตัวชิ้นงานโฆษณา แพลตฟอร์มที่ลง รูปแบบ และช่วงเวลาที่โฆษณาแสดง ส่วนงบ ยอดคลิก หรือ conversion เป็นข้อมูลภายในบัญชีของแต่ละแบรนด์ ดังนั้นเครื่องมือนี้เหมาะกับการหาไอเดียและอ่านทิศทางคู่แข่ง ไม่ใช่การไปลอกตัวเลขเขา

ค้นหาแบรนด์ที่อยากส่องไม่เจอ ต้องทำยังไง

ให้ลองค้นด้วยชื่อบริษัทหรือชื่อนิติบุคคลแทนชื่อสินค้าครับ เพราะระบบแสดงผลเป็นชื่อผู้ลงโฆษณาที่จดทะเบียนกับ Google ซึ่งบางทีไม่ตรงกับชื่อแบรนด์ที่เราคุ้น และลองขยับตัวกรองประเทศหรือช่วงเวลาให้กว้างขึ้น เผื่อแบรนด์นั้นเพิ่งหยุดรันแอดในช่วงที่เราเลือกไว้

ลองเปิดส่องคู่แข่งของคุณดูครับ

ไม่ว่าจะขายเฟอร์นิเจอร์ ขายชา หรือทำธุรกิจอะไรอยู่ วิธีนี้ใช้ได้หมดครับ ขอแค่รู้ชื่อบริษัทของแบรนด์ที่อยากดู และถ้าเปิดคู่กับคลังโฆษณาฝั่ง Meta ด้วย เราจะเห็นเลยว่าคู่แข่งวางน้ำหนักไว้ฝั่งไหน แล้วช่องว่างของเราอยู่ตรงไหน

Google เปิดให้ดูขนาดนี้แล้ว ลองเข้าไปเล่นดูนะครับ ได้ไอเดียกลับมาเยอะกว่าที่คิดแน่นอน

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังทำแอดอยู่ครับ 💪 แล้วพบกันใหม่ครับ

ปล. ใครอยากเห็นหน้าจอจริงแบบทีละสเต็ป กดดูในคลิปด้านบนได้เลยครับ