ระหว่างนั่งไล่ตอบคอมเมนต์ใต้คลิปในช่อง ผมเจอคำถามว่า ตำแหน่งงาน ecommerce ทำอะไรบ้าง แล้วต้องมีสกิลอะไรถึงจะเข้าสายนี้ได้
เป็นคำถามที่ผมว่าหลายคนก็สงสัย เพราะสายงานนี้โตเร็วมากตั้งแต่ช่วงโควิด แต่ภาพเนื้องานจริงๆ กลับยังเบลอสำหรับคนนอกสาย
ผมเลยอัดคลิปตอบไว้ และขอเรียบเรียงเป็นตัวหนังสือให้อ่านกันตรงนี้ด้วยครับ
สรุปสั้นๆ: ตำแหน่งงาน ecommerce คือคนดูแลการขายของแบรนด์บนช่องทางออนไลน์ทั้งหมด งานแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักคือ Sales (หน้าร้าน แคมเปญ influencer และ live), Operation (สต๊อกและการดูแลลูกค้า) และ Analytics (คำนวณกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายทุกตัว) ส่วนสกิลที่ควรมีคือความเข้าใจแพลตฟอร์ม, Excel หรือ Google Sheets และ communication skill
คลิปต้นฉบับ: ตำแหน่งงาน Ecommerce ทำอะไรบ้าง Skill อะไรที่ควรมี (กดเพื่อเล่น)
ทำไมตำแหน่งงาน ecommerce ถึงแยกออกมาเป็นแผนกของตัวเอง
หลายบริษัทยังรวม E-commerce กับ Digital และ Marketing ไว้เป็นแผนกเดียวกันอยู่เลยครับ ซึ่งถ้าธุรกิจยังเล็ก แบบนั้นก็พอไปได้

แต่ลองนึกภาพบริษัทที่สเกลใหญ่ขึ้น ช่องทางขายมีทั้ง Shopee, Lazada, TikTok แล้วก็แอปกับเว็บไซต์ของบริษัทเอง รวมแล้ว 5 ช่องทางที่ต้องดูแลพร้อมกัน ทีมเดียวกับ Digital Marketing ดูไม่ไหวแน่นอน แผนก E-commerce เลยเกิดขึ้นมารับงานส่วนนี้โดยเฉพาะ
เนื้องานของแผนกนี้เป็นคนละแบบกับสายยิงโฆษณาชัดเจน ใครอยากเห็นภาพเปรียบเทียบ ลองอ่านเรื่องตำแหน่ง Performance Marketing ทำอะไรบ้างประกอบได้ครับ
ส่วนงานในแผนก E-commerce เอง ผมแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ Sales, Operation และ Analytics ไล่ดูทีละส่วนกันครับ
ส่วนที่ 1 Sales ตั้งแต่หน้าร้านออนไลน์ ยันแคมเปญ Mega Sale
ส่วนแรกคือทุกอย่างที่เกี่ยวกับการขาย ซึ่งกินตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึง influencer เลยครับ
- ดูแลหน้าร้านแต่ละแพลตฟอร์ม หน้าร้านของเราในแต่ละช่องทางเป็นยังไง การอัพสินค้าขึ้นร้าน การคุมธีมคุมโทนของร้านให้เรียบร้อยทุกช่องทาง
- จัดโปรโมชันและ deal กับ key account ช่วงแคมเปญอย่าง Pay Day, Mega Sale หรือแคมเปญ seasonal ต่างๆ ต้องประสานงานกับ Account Manager ของแพลตฟอร์ม คำนวณราคา คำนวณสต๊อก แล้วส่งตัวเลขให้ทันเพื่อ run แคมเปญ ช่วง Mega Sale คือช่วงที่โหดที่สุดของสายนี้ เพราะสต๊อกห้ามขาดเด็ดขาด ขาดเกิน 2 วันเมื่อไหร่ ตัวเตือนจากแพลตฟอร์มขึ้นแน่นอน
- ประสานงาน influencer ช่วงนี้ influencer มีผลกับยอดขาย E-commerce มากกกก โดยเฉพาะ TikTok ที่มีการปักตะกร้า ต้องมีคนคอยติดต่อให้เขาเอาสินค้าไปรีวิว โปรโมท และปักตะกร้าให้ ตลาดนี้เองก็โตเร็วขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
- คุมการขายตอน Live บริษัทไหนที่ไลฟ์ขายของ ทีม E-commerce ต้องเข้าไปมีส่วนร่วม คุมการขายและการจ่ายสินค้าออกให้เรียบร้อย
ส่วนที่ 2 Operation สต๊อกห้ามขาด และดูแลลูกค้าให้จบ
ส่วนนี้คือหลังบ้านที่ชี้เป็นชี้ตายร้านค้าออนไลน์เลยครับ
เรื่องแรกคือสต๊อก ต้องมีมากพอสำหรับทุกช่องทางที่เราขาย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ sync หรือ integrate สต๊อกของทุกช่องทางให้เป็นตัวเลขเดียวกัน เพราะถ้าวันนี้สินค้าขาด แล้วของล็อตใหม่เข้าอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า อันนี้คือตายแน่ๆ ครับ โดนหักคะแนน โดนเตือน หนักสุดอาจถูกลดสิทธิ์หรือถูกบล็อกจากแพลตฟอร์ม เรื่องนี้ sensitive และเสียชื่อร้านมาก
เรื่องที่สองคือการดูแลลูกค้า ตั้งแต่คำถามพื้นฐานว่าสินค้าตัวนี้ใช้ยังไง ใช้ร่วมกับแบบนั้นได้ไหม ไปจนถึงการเคลมสินค้า ของแตกหักเสียหาย ขนส่งเอาไปส่งผิดที่ ทีม E-commerce ต้องเป็นตัวกลางประสานระหว่าง supplier กับลูกค้า ให้ลูกค้าพอใจกับสินค้าและบริการของเรามากที่สุด
ส่วนที่ 3 Analytics ขายแรงแค่ไหนก็ต้องเหลือกำไร
สำหรับผม ส่วนนี้สำคัญที่สุดในการทำ E-commerce เลยครับ

เวลาจัดแคมเปญ บางทีมันรุนแรง ลดราคากัน 50% จัด flash sale กระชากยอดกันเต็มที่ คำถามคือหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว เรายังเหลือกำไรไหม เพราะการขายบนแพลตฟอร์มชั้นนำมีทั้งค่าธรรมเนียม ค่าขนส่ง ค่าโปรโมชัน ค่า affiliate ต้องคำนวณตัวเลขให้ดี ถึงจะรู้ว่ากำไรของกิจการในแต่ละเดือนแต่ละไตรมาสเป็นยังไง
การเก็บตัวเลขและทำรายงานให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เลยเป็นหน้าที่หลักอีกอย่างของตำแหน่งนี้ ไม่ใช่แค่ขายให้ได้เยอะ แต่ต้องตอบได้ว่าขายแล้วเหลือเท่าไหร่
Skill ที่ควรมี ถ้าอยากทำตำแหน่งงาน ecommerce
จากเนื้องานทั้งสามส่วน สกิลที่ผมคิดว่าสำคัญมี 3 ตัวครับ
- เข้าใจทุกแพลตฟอร์มที่ร้านเราอยู่ ทั้งหลักการทำงานของแพลตฟอร์มและ logic การซื้อของลูกค้า ว่าเขาเห็นสินค้ายังไง อ่านรีวิวแบบไหนแล้วถึงกดซื้อ และต้องแก้ปัญหาลูกค้าได้ทันท่วงที ไม่ปล่อยช่องให้ร้าง ไม่ปล่อยให้เปอร์เซ็นต์การตอบแชทตก พูดง่ายๆ คือต้องเป็นคนใส่ใจ แต่ละแพลตฟอร์มมีแหล่งเรียนรู้ฟรีของตัวเองด้วย อย่างฝั่ง Shopee ก็มีศูนย์การเรียนรู้ผู้ขาย Shopee ให้เริ่มได้เลย
- Excel หรือ Google Sheets ตัวนี้คือหัวใจของงาน Analytics ทั้งการเก็บตัวเลขขายและการวิเคราะห์ ถ้ายังไม่คล่อง ลองเริ่มจากฟีเจอร์พื้นฐานอย่าง Pivot Table ใน Google Sheets ก่อนก็ได้ครับ
- Communication skill หลายคนอาจสงสัยว่าขายออนไลน์ทำไมต้องคุยเก่ง จริงๆ ตำแหน่งนี้ต้องคุยทั้งกับลูกค้า กับ supplier กับทีม operation กับทีมการตลาดด้วยกันเอง และทีมกราฟิกที่คอย support เรื่อง artwork การประสานงานคือส่วนสำคัญของงานนี้แบบขาดไม่ได้
ใครเตรียมสกิลพวกนี้แล้วกำลังจะไปสัมภาษณ์ ลองอ่านเรื่องการสัมภาษณ์งานสาย Digital Marketingต่อได้ครับ หลายข้อใช้ร่วมกันได้เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตำแหน่งงาน E-commerce
ตำแหน่งงาน E-commerce ต่างจาก Digital Marketing ยังไง
หลายบริษัทยังรวมสองทีมนี้เป็นแผนกเดียวกันครับ แต่พอช่องทางขายเยอะขึ้นจนทีมเดียวดูแลไม่ไหว แผนก E-commerce จะแยกออกมารับผิดชอบหน้าร้านแต่ละแพลตฟอร์ม สต๊อก และการดูแลลูกค้าโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเนื้องานคนละส่วนกับฝั่งที่เน้นการสื่อสารและพาคนเข้ามา
ไม่มีประสบการณ์ อยากเข้าสายนี้ควรเริ่มยังไง
เริ่มจากสกิล 3 ตัวข้างบนครับ ทำความเข้าใจแพลตฟอร์มในมุมผู้ขายจากแหล่งเรียนรู้ฟรีของแต่ละเจ้า ฝึก Excel หรือ Google Sheets ให้คล่อง แล้วก็อย่าลืมฝึกเรื่องการสื่อสารกับคนหลายทีมด้วย ใครยังลังเลว่าตัวเองเหมาะกับสายไหนของการตลาด ลองอ่านเส้นทางสายอาชีพการตลาดก่อนก็ได้ครับ
ตำแหน่งงาน E-commerce เหมาะกับคนแบบไหน
ถ้าอิงจากสกิลทั้ง 3 ตัว ก็คือคนที่ใส่ใจรายละเอียด ชอบดูตัวเลข และไม่เบื่อการประสานงานกับคนหลายทีมครับ ช่วงแคมเปญใหญ่งานจะเข้าพร้อมกันทุกทาง ทั้งสต๊อก ทั้งราคา ทั้งลูกค้า ใครที่โอเคกับจังหวะแบบนี้ ผมว่าน่าจะสนุกกับสายนี้ครับ
มุมที่อยากฝากไว้
ส่วนตัวผมคิดว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่โตเร็วมาก และใครที่ทำได้จริง เข้าใจ logic ของแต่ละแพลตฟอร์มดี จะเอาของพวกนี้ไปปรับใช้ได้หมด ไม่ว่าจะเอาไปทำธุรกิจของตัวเอง เอาไปสมัครงานต่อ หรือเอาไปประสานงานกับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังหางาน หรือกำลังจะย้ายเข้าสายนี้นะครับ 💪
ปล. ใครอยากฟังเวอร์ชันเล่าสด กดดูในคลิปด้านบนได้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ครับ
