KW4F.OS

CTR คืออะไร? ตัวชี้วัดคุณภาพโฆษณาที่ผมเลือกดู⁠ก่อนตัวอื่นเสมอ

·อ่าน 6 นาที

CTR หรือ Click-Through Rate คืออะไร และทำไมสำคัญกับการยิงแอด

ลองนึกภาพว่าผมยื่นเมตริกการตลาดให้เพื่อนๆ เลือกไปออกรบหนึ่งตัว มีให้เลือก 4 ขุนพล คือจำนวนคลิก, CTR, CPC (Cost Per Click) และ Conversion แต่ละตัวเก่งคนละแบบ ไม่มีตัวไหนผิดตัวไหนถูก

แต่ถ้าบังคับให้ผมเลือกตัวเดียวจริงๆ ผมเลือก CTR ทุกครั้งครับ

เหตุผลไม่ใช่เพราะมันเท่ แต่เพราะมันเป็นเมตริกตัวแรกที่บอกผมได้ตรงๆ ว่าโฆษณาที่ทำออกไป มันตรงใจคนที่เห็นหรือเปล่า ก่อนจะไปถึงเรื่องยอดขายด้วยซ้ำ

สรุปสั้นๆ: CTR คือ Click-Through Rate หรืออัตราการคลิกต่อการมองเห็นโฆษณา คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ถ้าคนเห็นโฆษณา 100 ครั้ง คลิกเข้ามา 5 ครั้ง CTR เท่ากับ 5% ค่านี้บอกว่าโฆษณาดึงดูดและตรงโจทย์คนดูแค่ไหน และเพราะมันเป็นเปอร์เซ็นต์ จึงเอาไปเทียบข้ามแคมเปญที่ budget ต่างกันได้

CTR คืออะไร

CTR ย่อมาจาก Click-Through Rate คืออัตราการคลิกเทียบกับจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกมองเห็น (impression) ตามนิยามใน เอกสารของ Google Ads สูตรง่ายมาก เอาจำนวนคลิกหารด้วยจำนวนการมองเห็น แล้วคูณร้อย

สมมุติโฆษณาของเราถูกเห็น 100 ครั้ง มีคนคลิกเข้ามา 5 ครั้ง CTR ก็เท่ากับ 5% เท่านั้นเองครับ

ไดอะแกรมสูตร CTR เท่ากับ Clicks หารด้วย Impressions คูณ 100 พร้อมตัวอย่างและการเทียบข้ามแคมเปญ
CTR คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ จึงเอาไปเทียบข้ามแคมเปญที่งบไม่เท่ากันได้

จุดสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ มันออกมาเป็น “เปอร์เซ็นต์” ไม่ใช่ตัวเลขดิบ ข้อดีตรงนี้คือเราเอาไปเทียบกันได้กับทุกแคมเปญ ทุกรูปแบบ ทุกแพลตฟอร์ม เพราะมันปรับสเกลให้เท่ากันแล้ว ต่างจากจำนวนคลิกที่แคมเปญงบเยอะย่อมได้คลิกเยอะกว่าโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่ได้แปลว่ามันเก่งกว่า

ทำไม CTR ถึงเทียบข้ามแคมเปญที่งบไม่เท่า⁠กันได้

จากที่ผมดูแล Performance Marketing มา เคสที่เจอบ่อยที่สุดคือคนเอา “จำนวนคลิก” มาตัดสินว่าแคมเปญไหนดี ซึ่งมันหลอกตาได้ง่ายมาก

ลองดูตัวอย่างนี้ สมมุติเรามี 2 แคมเปญ Search อยู่ใน Google

  • แคมเปญ A มี budget โฆษณาประมาณ 5,000 บาท
  • แคมเปญ B มี budget โฆษณาประมาณ 20,000 บาท

ถ้าวัดด้วยจำนวนคลิก, Conversion หรือแม้แต่ CPC ค่าเหล่านี้แกว่งได้ตามงบ แคมเปญ B งบมากกว่า 4 เท่าก็มีโอกาสได้คลิกมากกว่าอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้บอกว่าโฆษณาของ B ดึงดูดคนได้ดีกว่าจริงไหม

พอเปลี่ยนมาใช้ CTR เป็นไม้บรรทัด เราจะเห็นชัดทันทีว่าระหว่าง A กับ B ตัวไหนดึงดูดคนให้คลิกได้มากกว่ากันต่อการมองเห็นหนึ่งครั้ง ตัวเลขถูกปรับให้ยุติธรรมแล้ว นี่คือหัวใจของการวัดผลโฆษณาให้แม่นยำ ที่ผมพยายามย้ำกับน้องๆ ในทีมเสมอ อย่าเทียบของที่สเกลไม่เท่ากันด้วยตัวเลขดิบ

CTR สูงบอกอะไร: โฆษณาตรงโจทย์คนค้นหา

เวลา CTR ออกมาสูง มันแปลว่ามีคนเห็นโฆษณาแล้วคลิก ซึ่งสะท้อนว่าโฆษณาที่เราทำตรงโจทย์กับสิ่งที่เขาค้นหาหรือกำลังสนใจ

ยกตัวอย่างคนค้นหาคำว่า “รองเท้ามือสอง” ใน Google ถ้าโฆษณา Search ของเราขึ้นบรรทัดบนสุดว่าจำหน่ายรองเท้ามือสองในเขตกรุงเทพฯ สั่งออนไลน์ได้ผ่านแอป มันตรงกับสิ่งที่เขาพิมพ์เป๊ะ คนก็มีแนวโน้มจะคลิก หรือถ้าเป็นโฆษณารูปภาพ เรามีรูปสินค้า มีปุ่ม CTA (Call To Action) ชัดเจน บอกว่าเป็นร้านยอดขายอันดับ 1 ของกรุงเทพฯ คนที่กำลังมองหาก็จะกดเข้ามา

CTR ที่ดีจึงเป็นสัญญาณว่า message ของเรากับความต้องการของคนตรงกัน ในมุมเทคนิค ค่านี้ยังเชื่อมโยงไปถึง CTR กับ Quality Score ใน Google Ads ด้วย เพราะ Google มองว่าโฆษณาที่คนคลิกบ่อยคือโฆษณาที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและอันดับการแสดงผลของเราต่อไป

ในทางกลับกัน ถ้า CTR ต่ำผิดปกติ มักเป็นเพราะครีเอทีฟไม่ดึงดูดหรือ message ไม่ตรงกลุ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในครีเอทีฟไม่ดึงดูดทำให้ CTR ต่ำ (ข้อผิดพลาดยิงแอด) ที่ผมเห็นบ่อยจนอยากเอาหัวโขกโต๊ะ (ในทางที่อยากช่วยแก้นะครับ555)

ใช้ CTR ทำ A/⁠B Testing ให้แคมเปญเก่งขึ้น

ผมเชื่อว่าส่วนที่สำคัญที่สุดของ Performance Marketing คือการทำ A/B Testing แล้ว CTR คือเมตริกที่ใช้ตัดสินผู้ชนะได้ตรงและไวที่สุด

วิธีที่ผมทำเป็นประจำ

  1. ทำโฆษณาขึ้นมาหลายตัว สัก 5 ตัว โดยปรับ Headline ให้แตกต่างกัน
  2. ปล่อยให้วิ่งแล้วดูว่าตัวไหน CTR สูงสุด
  3. คัดตัวที่ CTR สูงที่สุดออกมาเป็น “หัวหน้า” แล้วพัฒนาต่อจนกลายเป็นผู้นำของแคมเปญ
  4. ทำซ้ำกับองค์ประกอบอื่น ทั้งครีเอทีฟ โทนสีร้อนหรือสีเย็น ใช้ผู้หญิงหรือผู้ชายเป็น presenter
ไดอะแกรมใช้ CTR ทำ A/B Testing คัดแอดที่ CTR สูงสุดมาพัฒนาต่อ
ปล่อยหลายเวอร์ชันแล้วใช้ CTR คัดตัวที่ดีที่สุดมาพัฒนาต่อ

ทุกครั้งที่เทสครีเอทีฟ ผมจะ target กลุ่มเป้าหมายให้ตรงกัน แล้วปล่อยให้ CTR เป็นคนตัดสินว่ายิงไปหากลุ่มนี้แล้วแบบไหนทำให้เกิดการคลิกมากกว่ากัน วัดได้ทั้งระดับ Ad Level และซูมออกมาดูระดับ Campaign Level เพราะแต่ละแคมเปญใช้กลยุทธ์และ keyword strategy ต่างกัน CTR เลยเป็นหนึ่งในเมตริกที่ใช้ตั้งเป้าและประเมินประสิทธิภาพได้ดี

ย้ำว่าผมไม่ได้บอกว่าทุกแคมเปญต้อง CTR เท่ากันนะครับ แต่ภายในแคมเปญเดียวกันที่เงื่อนไขใกล้กัน การเทียบ CTR คือทางลัดในการ optimize ที่ตรงไปตรงมาที่สุด ถ้าอยากเห็นภาพการอ่าน data ของแคมเปญ เป็นขั้นเป็นตอน ผมเขียนไว้แยกอีกบทความหนึ่งแล้ว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยว⁠กับ CTR

CTR เท่า⁠ไหร่ถึงเรียกว่าดี

ไม่มีตัวเลขตายตัวครับ เพราะมันขึ้นกับอุตสาหกรรม แพลตฟอร์ม และประเภทโฆษณา ข้อมูล benchmark จาก WordStream ระบุค่าเฉลี่ย CTR ของ Search อยู่ราว 3.17% (เฉลี่ยทุกอุตสาหกรรม) แต่ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ค่าเฉลี่ยของบัญชีเราเองเป็นเส้นฐาน แล้วพยายามทำให้แต่ละเทสดีกว่าเส้นฐานเดิมของเรา จะแม่นกว่าไปไล่ตามตัวเลขกลางๆ ของคนอื่น

ถ้าคนคลิกแล้วไม่ซื้อ CTR ยังมี⁠ประโยชน์ไหม

มีคนถามผมบ่อยมากว่าคลิกแล้วไม่ซื้อจะวัดยังไง ตรงนั้นเป็นหน้าที่ของ Conversion Rate อีกตัวหนึ่ง แต่ส่วนตัวผมมองว่าถ้า CTR สูง แปลว่าสิ่งที่เราทำด้านบนของ funnel มันตรงแล้ว ที่เหลือคือไปปรับข้างใน ทั้งราคา โปรโมชัน หรือเอา Product Value มาโชว์ให้คนตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น สองตัวนี้ทำงานควบคู่กัน ไม่ได้แทนกัน

CTR กับ CPC ต่าง⁠กันยัง⁠ไง

CTR วัดว่าโฆษณาดึงดูดให้คนคลิกได้ดีแค่ไหนเทียบกับการมองเห็น ส่วน CPC (Cost Per Click) วัดว่าแต่ละคลิกเราจ่ายเท่าไหร่ CTR เป็นเรื่องคุณภาพและความตรงโจทย์ ส่วน CPC เป็นเรื่องต้นทุน สองตัวนี้มักสัมพันธ์กัน เพราะโฆษณาที่ CTR ดีและเกี่ยวข้องสูง มักช่วยให้ต้นทุนต่อคลิกถูกลงได้ด้วย


ไม่มีเมตริกตัวไหนเป็นคำตอบที่ถูกที่สุดเสมอไปครับ คลิก, CTR, CPC, Conversion ทุกตัวมีที่ทางของมัน แต่ถ้าให้ผมเริ่มต้นวัดคุณภาพโฆษณาตัวเดียว ผมจะเริ่มที่ CTR เพราะมันบอกเร็วที่สุดว่าเรากำลังสื่อสารตรงใจคนหรือเปล่า เพื่อนๆ คนไหนทำโฆษณาออนไลน์อยู่ ใช้เมตริกตัวไหนเป็นหลัก ลองสังเกตของตัวเองดูนะครับ แล้วค่อยๆ ปรับให้ดีขึ้นทีละสเต็ป ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ 💪


ข้อมูลอ้างอิง

Google Ads Help — นิยาม Clickthrough rate (CTR) WordStream — Google Ads benchmarks (ค่าเฉลี่ย CTR)
บทความอื่นในหมวด · วัดผล & Dataดูทั้งหมด →

อ่านต่อใน วัดผล & Data

ดูทั้งหมด →
VIDEO

เรื่องแบบ⁠นี้ ผมเล่าเป็นคลิป 3 นาทีไว้ด้วยครับ

ผมเล่าเรื่องการตลาดจากงานจริงไว้ที่ TikTok และ YouTube ทุกสัปดาห์

TikTok
@kritwork4fun
เปิดดู →
YouTube
KritWork4Fun
เปิดดู →
MEMBERS · ฟรี

เข้า⁠สู่⁠ระบบหรือสมัครสมาชิก

เข้าถึงคอร์สเรียน เครื่องมือ และเคล็ดลับการทำงานจาก KW4F!

ส่งรหัส 6 หลักไปที่อีเมลนี้ ไม่ต้องตั้งรหัสผ่าน

สมัครฟรี · นโยบายความเป็นส่วนตัว