ปกบทความ วัดผล Digital Marketing ยังไง รวม KPI ครบทุกสาย Ads SEO Social

วัดผล Digital Marketing ยังไง รวม KPI ครบทุกสาย Ads SEO Social

ช่วงประชุมวางแผนของทุกปี ภาพที่คนทำงานสายการตลาดหลายคนน่าจะคุ้นคือ เจ้านายพูดประโยคสั้นๆ ว่าอยากให้ traffic เว็บไซต์โตขึ้น แล้วสายตาทุกคู่ก็หันมาที่ทีมการตลาด คำถามที่ตามมาในหัวคือ เราจะวัดผล digital marketing ยังไง ให้รู้จริงๆ ว่างานที่ทำอยู่ทุกวันขยับเข้าใกล้เป้าแค่ไหน

เรื่องนี้เป็นคำถามคลาสสิกของคนทำสายการตลาดเลยครับ ยิงแอดดูตัวเลขไหน ทำ SEO ดูอะไร ทำ Social Content วัดตรงไหน เพราะสามสายนี้วัดกันคนละแบบจริงๆ

ผมเลยสรุปให้จบในโพสต์เดียว แบ่งเป็น 3 สายงานหลัก พร้อมตัวเลขที่ควรใช้เป็น KPI นะครับ

สรุปสั้นๆ: การวัดผล digital marketing ให้แบ่งตามสายงาน 3 สาย สายยิง Ads (Performance Marketing) ดู CPC, CTR, Cost per Conversion และ ROAS สาย SEO ดู Organic Traffic, Keyword Ranking, Session และ Bounce Rate ส่วนสาย Social Content ดู Reach, Engagement, Follower และ Referral Traffic จากนั้นค่อยเอาเป้าใหญ่ประจำปีมาซอยเป็นแผนรายเดือนว่าต้องทำอะไรบ้าง

คลิปต้นฉบับ: Digital Marketing ใช้อะไรวัดผลได้บ้าง สายยิง Ads / SEO / Social Content (กดเพื่อเล่น)

ก่อนวัดผล digital marketing ต้องแยกก่อนว่างานอยู่สายไหน

ก่อนจะไปถึงตัวเลข ผมแบ่งงาน digital marketing ออกเป็น 3 สายหลักก่อนนะครับ

ตารางเปรียบเทียบการวัดผล digital marketing แยกตาม 3 สายงาน สายยิง Ads ดู CPC CTR Cost per Conversion ROAS สาย SEO ดู Organic Traffic Keyword Ranking Session Bounce Rate และสาย Social Content ดู Reach Engagement Follower Referral Traffic
ชุดตัวเลขของแต่ละสายงาน digital marketing เลือกดูให้ตรงกับสายที่เราทำ
  1. Performance Marketing สายยิงแอดโฆษณาแบบจ่ายเงิน
  2. SEO สายทำ content เขียนบล็อก เขียนบทความบนเว็บไซต์
  3. Social Content สายทำสื่อในช่องทาง Social Media ทั้งคลิปทั้งโพสต์

สามสายนี้วัดกันคนละชุดตัวเลขเลยครับ เดี๋ยวผมไล่ให้ดูทีละสาย

สายยิง Ads วัดจากต้นทุนต่อผลลัพธ์เป็นหลัก

เวลาทำโฆษณา ตัวเลขหลักๆ ที่เราจะดูมีอยู่ 4 ตัวนะครับ

  1. Cost per Click (CPC) เราใช้เงินกี่บาทถึงจะได้หนึ่งคลิก ตัวนี้คือต้นทุนด่านแรกสุดของการพาคนเข้ามา
  2. CTR (Click-through Rate) คนเห็นโฆษณาเราแล้วมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่คลิก ยิ่งสูงยิ่งดี เพราะแปลว่าโฆษณาที่เราทำตอบโจทย์ ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ target ไว้ ใครยังไม่แน่ใจว่าตัวนี้คิดยังไง ผมเขียนไว้แล้วว่า CTR คืออะไร หรืออ่านนิยามตรงจาก Google Ads Help ก็ได้ครับ
  3. Cost per Conversion / Cost per Result สายนี้ตั้ง conversion เป็นตัวตั้งเสมอ ไม่ว่า conversion ของเราจะเป็นการกดโทร กด add LINE หรือกรอกฟอร์ม คำถามคือเราใช้งบประมาณเท่าไหร่ถึงจะได้ conversion หนึ่งครั้ง
  4. ROAS (Return on Ad Spend) เงินโฆษณาที่จ่ายไปหนึ่งบาท กลับมาเป็นยอดขายกี่บาท

และด่านสุดท้ายคือ พอโฆษณาออกไปแล้ว เซลล์ปิดการขายจริงๆ ได้เพิ่มขึ้นไหม เทียบกับปริมาณเงินที่เราใช้ไป ใครอยากลงลึกฝั่งโฆษณาโดยเฉพาะ ผมแยกเขียนเรื่องวิธีวัดผลโฆษณาออนไลน์ไว้อีกโพสต์แล้วนะครับ

สาย SEO วัดที่ Traffic และอันดับ ไม่ใช่ที่ค่าคลิก

SEO จะวัดต่างออกไปนิดนึงครับ เราไม่ได้วัดกันที่คลิกหรือ cost ต่างๆ แบบฝั่งยิงแอด แต่วัดกันที่ตัวพวกนี้แทน

  1. Organic Traffic จำนวนคนที่ค้นหาแล้วเข้ามาที่เว็บไซต์เราเอง โดยที่เราไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา
  2. Keyword Ranking สมมติเราทำธุรกิจยางรถยนต์ ก็วัดว่าเวลาคนเสิร์ชยางยี่ห้อที่เราขาย เว็บเราติดอันดับเท่าไหร่ใน Google ตัวนี้ใช้เป็น KPI ได้เลยครับ
  3. Session คนเข้ามาในเว็บเราแล้วเกิด session มากน้อยแค่ไหน วัดได้จาก Google Analytics 4 ใครยังไม่คุ้นเครื่องมือนี้ ผมเขียนคู่มือ Marketing Analytics ไว้ให้แล้วครับ
  4. Bounce Rate เข้ามาแล้วเด้งออกเท่าไหร่ ตัวนี้ GA4 ก็วัดให้เหมือนกัน อ้างอิงนิยามได้จากเอกสารของ Google Analytics เลยครับ

ถ้าจะวัดลึกลงไปอีกขั้น ให้ดูว่าหน้าเว็บเรามีปุ่ม CTA ไหม คนคลิกปุ่มที่เราต้องการเท่าไหร่ แล้วเทิร์นไปเป็น lead ได้ไหม บางธุรกิจเช็กได้เลยว่าคนเข้ามาแล้วกด add LINE หรือกดโทรกี่คน คล้ายกับฝั่งยิงแอดเลยครับ แค่ไม่ต้องจ่ายค่าคลิก

สาย Social Content วัดตั้งแต่คนเห็นไปจนถึงคนตาม

ฝั่ง Social Content จะมี metric ในการวัดที่แตกต่างไปอีกแบบครับ

  1. Reach และ Impression มีคนเห็นคอนเทนต์เราเท่าไหร่ ใครทำเพจ Facebook น่าจะคุ้นสองตัวนี้ดี
  2. Engagement พอเขาเห็นโพสต์ของเราแล้วมี reaction เกิดขึ้นไหม กดไลก์ กดคลิก กด follow หรือเปล่า
  3. Follower มีคนกดติดตามช่องเราเพิ่มไหม
  4. Bio Link ลิงก์หน้าโปรไฟล์ครับ แบบเวลาดูคลิป TikTok แล้วเขาชวนให้กดลิงก์ที่โปรไฟล์เข้าไปดูเว็บไซต์ ตัวนี้วัดได้ว่ามีคนกดจริงเท่าไหร่
  5. Referral Traffic เวลาคนเห็นโซเชียลเราแล้วคลิกเข้าเว็บไซต์ ระบบจะยิงค่า referral เข้า GA4 รายงานได้เลยว่าแต่ละเดือนมีคนเข้าเว็บผ่านโซเชียลของเรากี่ user

มีเป้าใหญ่แล้ว ต้องซอยเป็นเป้าย่อยให้เป็น

ข้อดีของการทำ digital marketing คือมันวัดค่าได้ง่าย และค่าพวกนี้ค่อนข้างแม่นยำ ถ้าเรามีการตั้งค่าที่ถูกต้องนะครับ

แผนภาพ 4 ขั้นตอนการวัดผล digital marketing จากเป้าใหญ่ประจำปี หารเป็นเป้ารายเดือน แปลงเป็นแผนงานรายเดือน แล้วเช็กผลกับตัวเลขจริงทุกเดือน
4 ขั้นจาก KPI เป้าใหญ่ประจำปี สู่แผนรายเดือนที่ทีมหยิบไปทำต่อได้จริง

ทีนี้พอวัดได้ มันก็กลายเป็นเป้าได้ กลับไปที่ฉากตอนต้นครับ สมมติเจ้านายบอกว่าสิ้นปีอยากเพิ่ม traffic เข้าเว็บไซต์ 30% ถ้าเราเป็นคนทำ SEO ก็ต้องเอา 30% นั้นมาหารเป็นรายเดือน แล้วแปลงเป็นแผนว่าแต่ละเดือนควรทำโพสต์กี่โพสต์ ทำบล็อกกี่บล็อก โฟกัสคีย์เวิร์ดกี่คำ เพื่อให้ ranking ขยับขึ้นและ traffic ไหลเข้ามาเยอะขึ้น

พอมี KPI เป้าใหญ่ เราถึงจะซอยเป็นเป้าย่อยๆ ได้ และเป้าย่อยพวกนี้แหละครับที่กลายเป็นโจทย์ให้ตัวเราเองหรือทีมงานหยิบไปทำต่อได้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขลอยๆ ในสไลด์

คำถามที่พบบ่อย

เพิ่งเริ่มยิง Ads ควรดูตัวเลขไหนก่อน

สาย Performance Marketing ตั้ง conversion เป็นตัวตั้งเสมอ ดังนั้น Cost per Conversion คือตัวเลขที่ควรรู้จักก่อนครับ ส่วน CTR ช่วยบอกว่าโฆษณาเราตรงกลุ่มเป้าหมายไหม ถ้า CTR ต่ำผิดปกติ มักแปลว่าโฆษณาหรือกลุ่มเป้าหมายยังไม่ตรง

ตัวเลขพวกนี้ดูได้จากเครื่องมืออะไรบ้าง

ฝั่งโฆษณาดูจาก dashboard ของแพลตฟอร์มที่ยิงตรงๆ เช่น Google Ads หรือ Meta ส่วนฝั่งเว็บไซต์ ทั้ง Session, Bounce Rate และ Referral Traffic ดูได้จาก Google Analytics 4 ครับ

KPI กับ Metric ต่างกันยังไง

Metric คือค่าทุกตัวที่วัดได้ เช่น CTR, Reach, Session ส่วน KPI คือ metric ตัวที่เราเลือกยกขึ้นมาเป็นเป้าของงาน เช่นตั้งว่า traffic ต้องโต 30% ภายในสิ้นปี metric ทุกตัววัดได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็น KPI ทุกตัวครับ

มุมที่อยากฝากไว้

การที่ digital marketing วัดค่าได้ง่ายและแม่นยำ ผมมองว่าเป็นแต้มต่อของคนสายนี้เลยครับ เพราะเราพิสูจน์ได้ด้วยตัวเลขจริงว่างานที่ทำสร้างอะไรให้ธุรกิจบ้าง

ผมเชื่อว่าแค่เลือก metric ให้ตรงกับสายที่เราทำ แล้วซอยเป้าใหญ่ออกมาเป็นแผนรายเดือนที่จับต้องได้ เวลาใครถามว่างานเราไปถึงไหนแล้ว เราจะมีคำตอบที่เป็นตัวเลขเสมอครับ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังตั้ง KPI ของตัวเองอยู่นะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ 💪

ปล. เวอร์ชันเล่าสดแบบเต็มๆ อยู่ในคลิปด้านบนนะครับ